ยีน คอนลิน นักเทคนิคการแพทย์ ได้รวบรวมสรรพคุณของพืชผัก ช่วยรักษาโรค
พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอนลิน นิวยอร์ก กล่าวถึง
สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือ
ชื่อ "ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ" เช่น

1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลา
มีสรรพคุณป้องกัน
การปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง

2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว

3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัว
ตามผนังหลอดเลือด

4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาท
ทำให้นอนหลับฝันดี

5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอด
โปร่ง

6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอนปลาทูน่า
(ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบ
บรรเทาลง

7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก และขิงทำให้อาการ
คลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป

8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูก แคนเบอรี (ไม้เมืองหนาว )
กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้

9.. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้ กินข้าวโพดช่วย
บรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้

10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมี
สารแมงกานีส อยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้

11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครง หรือหอยอื่น ๆ ซึ่งในเนื้อหอย
มีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี

12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือด
ได้อีกด้วย

13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง

14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลี จะช่วยป้องกันได้ดี โดยเฉพาะ
รำข้าว กะหล่ำปลี ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม
ข้อสำคัญ อย่ากินไก่มาก เพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต

15. มะเร็งปอด กินส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษ
ของสารเบต้าแคโรทีน

16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังใน
กระเพาะอาหาร และ ลำไส้เล็กหายขาดได้

17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก ช่วยให้อาการปั่นป่วนในท้อง เมื่อ
เชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง

18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี "โมโรอันแซตเทอเรต" ที่มีอยู่
ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว "คลอเลสเตอรอล" ได้


19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่าย พืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี ทำให้
ระดับความดันเลือดลดลง

20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบล็อกโรลี่ และ ถั่วลิสง ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาล
ในเลือดสมดุลได้ พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีสรรพคุณช่วย
สร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆ ได้ถ้าได้เรียนรู้
ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเองคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร โดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทย
นั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้อง
หวงแหนและอนุรักษ์ ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือ
ของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเราไปเป็นของตนทุกวิถี
ทาง ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษา ค้นคว้า และคิดค้นตามแนวทางที่
บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการ
ของคนไทยต่อไป.


Subject: เมนูต้องห้ามขณะท้องว่าง

• เมนูต้องห้ามขณะท้องว่าง
สมัยนี้ถ้ามีคนมาถามคุณว่า คุณรับประทานอาหารตรงเวลารึป่าว คิดว่าทุกคนคงตอบ
เหมือนกันหมดว่า โอย ไม่ใช่เด็กอนุบาลนะจ้ะ จะได้มีคนมาป้อนสามเวลาเช้ากลางวันเย็นเป๊ะ
ก็แหม ไหนจะต้องทำงานอีกกองพะเนิน แล้วตอนนี้ก็กำลังไดเอ็ทอยู่ด้วยจ้า อ้ะแหม
หลายเหตุผล
จริงๆเลยที่ทำให้เราไม่สามารถทานอาหารได้ตรงเวลา
แต่คุณทราบไม๊คะว่า เมื่อคุณรับประทานอาหารเข้าไป ในยามท้องของคุณว่าง อาจ
ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเอง
เรามาดูเมนูต้องห้ามที่เราควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งเหล่านั้นน่ะมีอะไรบ้าง

นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพ
มากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

เหล้า หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็น
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
น้ำตาลหรืออาหารหวาน ไม่ควรรับประทานอาหหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม
ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผล
ต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การ
ทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจ
ไม่สงบ

ลูกพลับ ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะ
หลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้
เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง
จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและ
แมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
จำไว้นะจ้ะ

กระเทียม เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรคกระเพาะ
อาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการ
ผิดปกติ

นอกจากห้ามดื่มอาหารทั้ง 8 อย่างแล้ว ยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน
เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจาก
น้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

...ทราบแล้วเปลี่ยน