น.สพ.ธงไชย ทองประพันธ์ ส่วนการรับรองคุณภาพสินค้าปศุสัตว์
ในสภาวะที่โรคระบาดสัตว์อย่างเช่น โรคไข้หวัดนก(Bird Flu) ยังแพร่ระบาดอยู่อย่างแพร่หลายในพื้นที่ หลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคไข้หวัดนกในฟาร์มเลี้ยงสัตว์
ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) เป็นระบบหรือมาตรการที่นำมาใช้เพื่อเป็นการป้องกันมิให้โรคแพร่ระบาดติดต่อถึงสัตว์ที่เลี้ยงไว้ โดยเฉพาะสัตว์ปีก ความจริงแล้วระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) นับได้ว่าเป็นมาตรการหนึ่งของระบบมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ที่ผู้เลี้ยงสัตว์ปีกจะต้องถือปฏิบัติเพื่อเข้าสู่มาตรฐานฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานไก่เนื้อ , มาตรฐานไก่ไข่ , มาตรฐานเป็ดเนื้อ , มาตรฐานเป็ดพ่อแม่พันธุ์ , มาตรฐานไก่พันธุ์ ตลอดจนถึงสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก มาตรการการป้องกันมิให้โรคระบาด เข้าติดต่อกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้ ในระบบมาตรฐานฟาร์ม นั้น จะมีมาตรการที่ควบคุมป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับคน สัตว์พาหะ เช่น นก หนู สุนัข แมว แมลงวัน เป็นต้น ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้ และสิ่งอื่นใดจากภายนอกเข้าสู่ในระบบฟาร์มมาตรฐาน ต้องมีการฆ่าเชื้อโรค ทางเข้า - ออกฟาร์ม อย่างเข้มงวด สัตว์พาหะของโรค เช่น นก หนู สุนัข หรือสัตว์อื่นๆ จะต้องไม่เข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และสัมผัสกับสัตว์ปีกและหรืออาหารสัตว์ปีกโดยเด็ดขาด ซึ่งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพนั้น จะช่วยป้องกันให้สัตว์ปีกที่เข้าเลี้ยงไว้ปลอดภัยจากการติดโรค และส่งผลถึงปลอดภัยต่อผู้เลี้ยงสัตว์ปีก หรือเจ้าของฟาร์มด้วย
มาตรการระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) มีหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบอันได้แก่
๑. ที่ตั้งฟาร์มสัตว์ปีก ต้องห่างจากแหล่งรวมเชื้อโรค เช่น ห่างจากโรงฆ่าสัตว์ปีก ตลาดนัดค้าสัตว์ปีกอย่างน้อย ๕ กิโลเมตร และห่างจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์อื่น อย่างน้อย ๓ กิโลเมตร ถ้าอยู่ใกล้กันกับฟาร์มอื่นก็ควรมีแนวรั้ว หรือแนวดิน หรือคูน้ำกั้นกลางให้ห่างกันพอสมควรก็จะช่วยป้องกันโรคได้ และควร
อยู่ห่างเขตชุมชน
๒. ถนนสาธารณะที่มีการสัญจรไปมาควรห่างจากโรงเรือนอย่างน้อย ๔๐๐ เมตร หรือ ควรมีแนวรั้ว กั้นกลางก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มาก
๓. มีรั้วรอบพื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีก หรือ รอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โดยรั้วจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สัตว์พาหะของโรคได้เพื่อป้องกันมิให้สัตว์พาหะเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์และสัมผัสสัตว์ปีก ทั้งนี้ให้รวมถึงคนภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ปีกด้วย
๔. ป้องกันการเข้า - ออก ฟาร์มอย่างเคร่งครัดด้วยการฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง ด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อ ให้กับยานพาหนะ คน อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จะเข้าฟาร์ม โดยเฉพาะคนเข้า - ออกฟาร์มทุกคน ต้องผ่านการอาบน้ำฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง ตามข้อกำหนดของมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์
๕. ต้องมีการรักษาความสะอาดรอบโรงเรือน รัศมี ๓ เมตร เพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งสะสมสิ่งปฏิกูล แหล่งสะสมเชื้อโรค และที่อาศัยของสัตว์พาหะของโรค เช่น หนู เป็นต้น
๖. ภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต้องสะอาด อากาศถ่ายเทได้ดี และควรเป็นแบบโรงเรือนระบบปิด แต่หากเป็นโรงเรือนระบบเปิด ต้องมีตาข่ายป้องกันนกหรือสัตว์พาหนะของโรคไม่ให้เข้าโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
๗. สัตว์ปีกที่เลี้ยงต้องมีสุขภาพที่ดี สุขภาพแข็งแรง มีการควบคุมอุณหภูมิ , ความชื้น , แก๊ส , แสงสว่าง และการระบายอากาศที่ดี ตามข้อกำหนดของมาตรฐานฟาร์มสัตว์ปีกที่กรมปศุสัตว์กำหนด
๘. ไม่นำอุปกรณ์เครื่องใช้ใดๆ จากฟาร์มหรือจากแหล่งที่เลี้ยงสัตว์อื่นมาเข้าภายในฟาร์ม หรือนำมาใช้ จนกว่าจะได้ฆ่าเชื้อโรคอย่างดี และแน่ใจว่าปลอดภัยจากโรคแล้ว
๙. เมื่อทราบข่าวสัตว์ปีกป่วยตายอย่างผิดปกติ หรือ สงสัยว่าป่วยตายด้วยโรคไข้หวัดนก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์โดยด่วน และฆ่าเชื้อโรคโดยรอบโรงเรือน และภายในฟาร์มทันที พร้อมห้ามมิให้บุคคล , ยานพาหนะ เข้าในฟาร์มโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงสัตว์ปีก จะปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนกและโรคอื่นๆ หากถือปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่างเคร่งครัด หรือปรับปรุงพัฒนาการเลี้ยงสัตว์สัตว์ปีก เข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์ม ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ไม่ควรละเลยคือการบริโภคสัตว์ปีกและไข่สัตว์ปีก ควรเลือกซื้อวัตถุดิบไม่ว่าเนื้อ , เครื่องใน , หรือไข่ ที่จะนำมาประกอบอาหารบริโภคนั้น ต้องมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และรับรองความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนกแล้ว สำหรับสุนัขที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านหรือฟาร์ม ก็เช่นกันจะต้องกักขังหรือล่ามโซ่ไว้ไม้ให้ออกไปหากินอาหารนอกฟาร์มโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะไปกินซากสัตว์ปีกตายด้วยโรคระบาดสัตว์ แล้วเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคได้ และห้ามมิให้สุนัขเข้าไปในบริเวณฟาร์มหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด ส่วนผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกคน และทุกครั้งที่จะเข้าไปในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้า และจุ่มเท้าฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าโรงเรือน ตามข้อกำหนดมาตรฐานฟาร์มสัตว์ปีกอย่างเคร่งครัด เท่านี้ก็ปลอดภัยจากโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก และยังเป็นการปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ(Biosecurity) อีกด้วย