ชาวบ้านไม่รู้"....ผู้จัดทำนำไม่ดี ความผิดนี้"...ที่ผู้สร้างวางผิดเอง"

 

"มาตรการดี...หนี้ก้อนใหม่จะไม่เกิด

เพราะเตลิดออกนอกทางจึงสร้างหนี้

"ชาวบ้านไม่รู้"....ผู้จัดทำนำไม่ดี

"ความผิดนี้"...ที่ผู้สร้างวางผิดเอง"

               จกการที่ครูตาลได้หยิบเอาเรื่อง กองทุนหมู่บ้านขึ้นมาเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบันทึกที่ผ่านมา  ทำให้มีพวกพ้องน้องพี่ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย จึงทำให้ผู้ที่เขียนร่างนโยบายได้คอมเม้นท็ตอบ ดังนี้ค่ะ

 ขอขอบคุณทุกๆความคิดเห็น    สิ่งชัดเจนเป็นจริงอย่างท่านว่า

ที่สำคัญทำอย่างไรให้พัฒนา    ฟื้นฟูแก้ไขให้ดีกว่า...ประโยชน์ไทย

ทิ้งภาพเก่าเอาไว้...เปิดใจก่อน    อย่าใจร้อนด่าทอก่อเสียหาย

แสนกว่าล้านนั้นภาษีพี่น้องไทย    เงินก้อนใหญ่ไม่สิ้นสูญทุนคงเดิม

             สำหรับวันนี้ครูตาลขอหยิบเอาหัวข้อบรรยาย เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านมาให้อ่านกันนะคะ ส่วนใครจะคิดเห็นอย่างไร ก็คอมเม้นท์กันเข้ามาได้ค่ะ

หัวข้อบรรยายเรื่อง
รู้เท่าทันนโยบายขายความจน ของคนไทยยุคไอที
         โดยนายวิโรจน์ พูลสุข ประธานสภาวิทยุประชาชน ผู้เขียนรายละเอียดร่างนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 

นโยบายแห่งชาติ (ของประชาชน)

        เป็นที่ยืนยันชัดเจนแล้วสำหรับมติของประชาชน ซึ่งท่วมท้นล้นหลาม เป็นความชอบธรรมสมบูรณ์แบบจริงๆ สำหรับผลการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ประวัติหน้าใหม่ของการเมืองไทย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นความศรัทธาต่อนโยบายที่ใช้หาเสียง เป็นความเชื่อมั่นในแนวนโยบายว่าสามารถทำให้จริงๆ นับเป็นเหตุเป็นผลเป็นที่มาของคะแนนนิยมที่ถล่มทลาย พลิกโฉมหน้าการเมืองไทยไปแบบก้าวกระโดด

        จากนี้ไปผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ จะได้พิสูจน์ตัวตนและผลงานว่าจะสามารถรักษาสัญญาไว้ได้จริงแท้แค่ไหน มีความเสียดายอยู่ประการหนึ่งที่ไม่อยากให้คนไทยได้หลงใหลได้ปลื้ม จนลืมนโยบายที่หลายพรรคการเมืองนำมาใช้ในการหาเสียง อาทิ นโยบายสวัสดิการแรงงานไทยไปเมืองนอกฟรี ปลดหนี้ เรียนฟรี ๖๐ ปีมีเงินให้ แล้วก็อีกหลายต่อหลายนโยบายถ้าทำได้คนไทยคงได้รับประโยชน์สุข แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกพรรคการเมืองจับมือทำงานร่วมกัน ดังนั้นนโยบายของฝ่ายค้านจึงไม่อาจทำได้ หรือได้ทำให้เป็นจริง ก่อนที่คนไทยจะสูญเสียโอกาสแบบถาวร

       อนุญาต เล่าความหลัง เพื่อนำมาเสนอนโยบายแห่งชาติ ฉบับประชาชน

        ท่านเคยทราบมาก่อนหรือไม่ว่านโยบายกองทุนหมู่บ้าน ๑ ล้านบาท ก็คือนโยบายของประชาชน  ที่คนไทย ๕๒,๐๓๐ คน เข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อนายพิชัย รัตตะกุล อดีตประธานรัฐสภา จากพรรคประชาธิปัตย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๓ นำโดย นายณรงค์เลิศ สุรพล ผู้เป็นต้นคิด และผมเองนายวิโรจน์ พูลสุข เป็นผู้ร่างนโยบาย ในรายละเอียด มีนายประสงค์ ศรีวัฒน์ นายอำนาจ ชนะวงศ์ อดีต ส.ส.จังหวัดขอนแก่น นายถนอมสิน สิงหภักดีกุล นายไกรศรี เทพดู่ เป็นผู้ร่วมทำนโยบาย พร้อมเผยแพร่และรวบรวมประชาชนมาเข้าชื่อเสนอกฎหมาย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ พร้อมชาวคณะก็ขอร่วมเข้าชื่อด้วย

        ซึ่งก่อนที่จะยืนเสนอกฎหมาย นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้นำไปเสนอกับพรรคไทยรักไทยก่อนที่จะย้ายจากพรรคกิจสังคม ต่อจากนั้นผมก็ได้นำไปยื่นให้เกือบทุกพรรคการเมือง และสิ่งหนึ่งที่ผมเสียใจมาจนทุกวันนี้ก็คือ การร้องขอจากนายสุวิทย์ฯ ให้ผมนำรูปของเขามาพิมพ์ใส่ในเอกสารเผยแพร่ จนทำให้นายกทักษิณ เข้าใจผิด นึกว่านายสุวิทย์ฯ เป็นผู้ทำนโยบายเอง ถึงกับประกาศขอยืมนโยบายจากนายสุวิทย์ ในการประชุมใหญ่พรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๓ มีการถ่ายทอดสด ออกทีวีและมีบันทึกไว้ในสารไทยรักไทย พร้อมทั้งบรรจุไว้เป็นนโยบายของพรรคด้วย

        ความเป็นสุภาพบุรุษ จึงมอบความไว้วางใจให้นายสุวิทย์ รับผิดชอบ นโยบายกองทุนหมู่บ้าน จนเกิดความเสียหาย นโยบายที่ดีๆ  กลับมีปัญหาผิดทิศทาง ประชาชนบางคนอ่อนแออยู่แล้ว เลยยิ่งอ่อนแอเข้าไปใหญ่ ทั้งที่แนวคิดปรัชญาพื้นฐานนั้น เพื่อนำกองทุนฯ มาเป็นกุสโลบาย ฟื้นฟูปรับเปลี่ยน แก้ปัญหาความอ่อนแอให้กับประชาชน และปลูกฝังแนวคิดจิตสำนึกที่ดี ให้เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ พร้อมที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าของชิต่อไป

        โดยจะต้องมีนโยบายธรรมสังคม เป็นตัวกำกับพฤติกรรมของสมาชิก แล้วพัฒนาต่อให้เกิดนโยบายรัฐสวัสดิการ โดยการให้ประชาชนกู้ยืมไปลงทุนประกอบอาชีพ เป็นแค่วัตถุประสงค์ย่อยเท่านั้น น่าเสียดายเหมือนลิงได้แหวน ไก่ได้พลอย แก้วสารพัดนึก เลยกลายเป็นน้ำตาลผลึกในมือนายสุวิทย์ ไปโดยปริยาย จนกระทั่งเกิดความเสียหาย ทำลายโอกาสของประชาชนคนไทย และประเทศชาติจนสุดจะบรรยาย  ต่อจากนั้นผมได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับผู้นำภาคประชาชนมากขึ้นในหลายๆ เวทีมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ระดมความคิดเห็น สัมมนากลุ่มย่อย ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการต่างๆ ได้ค้นพบปัญหา วิธีการแก้ปัญหา แนวคิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ปราศจากผลประโยชน์ จนนำมาต่อเติมให้เกิดเป็นนโยบายของประชาชน และต้องการผลักดันให้เป็นนโยบายแห่งชาติ (ของประชาชน)

                 พรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาล ก็ผลักดันและสานต่อให้เป็นจริง เป็นรูปธรรม ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ คนทำก็ได้รับความนิยม และความศรัทธาเป็นผลพลอยได้  ไม่ถูกมองว่าเป็นของพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ เดี๋ยวก็จะถูกโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม  วิจารณ์กันไปแบบไม่รู้จริง เพราะใช้อคติในการวิจารณ์ ก็จะเกิดการลำเอียง เป็นมิจฉาทิฐิ เมื่อพรรคการเมืองอื่นมาเป็นรัฐบาลก็จะไม่ยอมสานต่อ เพราะมองว่าเป็นของพรรคการเมืองอื่น การลงทุนทำนโยบายแต่ละครั้งใช้เงินจำนวนมากมาย สุดท้ายก็ล้มเลิกไปไม่ได้ทำครบกระบวนการเหมือนการเดินทางไม่ถึงที่หมาย ไปอย่างไรก็ไม่ถึงผลสูงสุดที่ประชาชนควรได้รับประโยชน์เลยไม่มี

                 ผมจึงได้จัดทำนโยบายแห่งชาติ(ของประชาชน) ไว้  ๑๕ นโยบาย โดยให้ปรัชญาว่า แปลงความคิดเป็นทุน เพิ่มพูนปัญญา พัฒนาคนดี ทำเป็นลายแทงในการสร้างความเข้มแข็งแบบมั่นคง และยั่งยืนให้กับประชาชน และประเทศชาติ ซึ่งต้องเกิดจากพื้นฐานความจริงใจของรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาให้กับประชาชนแบบจริงๆ เริ่มต้นต้องปลูกสร้างแนวคิด จิตสำนึกที่ดี ที่ถูกต้อง ให้ความรู้ความเข้าใจในสิทธิหน้าที่ที่พึงมีต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ โอกาสของประชาชนจึงจะมีมา จึงต้องมีการบูรณะซ่อมสร้างนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ๑ ล้านบาท เป็นอันดับแรกอย่างเร่งด่วน ให้ถูกต้อง ถ้าทำถูกทางกองทุนหมู่บ้านจะนำชาติพ้นภัย ถ้าทำผิดพลาดจะเป็น กองทุกข์หมู่บ้านนำชาติวอดวาย ตลอดเวลา กว่า ๔ ปี ที่เฝ้าดูและติดตามด้วยความชอกช้ำใจในการปู้ยี่ปู้ยำของนายสุวิทย์

                ได้เวลาแล้วที่จะต้องถอดบทเรียน เพื่อนำมาแก้ไขและทำนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุดเสียที สำหรับนโยบายที่อยากนำเสนอต่อไป มีดังนี้ คือ

→→→→๑. แรงงานไทยไปเมืองนอกฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย พัฒนาฝีมือแรงงานให้ไม่มีความเสี่ยง เลี่ยงถูกหลอก

→→→→๒. ปลดหนี้ ค้ำประกันหนี้ มีรายได้ ให้เวลา หาวิธี มีอาชีพให้

→→→→๓. นิรโทษกรรมธุรกิจ ให้โอกาสกลับใจ ได้สิทธิ์เหมือนเดิม เริ่มต้นชีวิตใหม่ ใช้ประสบการณ์ทำดี

→→→→๔.รัฐสวัสดิการ มีปัจจัย ๔ เกิดฟรี-มีสวัสดิการ, เรียนฟรี-มีรายได้, เจ็บไข้รักษาฟรี (ไปหาหมอได้ทุกที่ รักษาฟรีทุกโรค) , ๖๐ ปี-มีเงินให้, ตายดี-มีเงินช่วยเหลือ

→→→→๕.ธนาคารหมู่บ้าน  แหล่งทุนอยู่ใกล้ ได้เป็นเจ้าของ สนองความต้องการ บริหารกันเอง

→→→→๖.ร้านค้าชุมชน  รวมซื้อ รวมใช้ อยู่ในชุมชน ทุกคนเป็นเจ้าของ รองรับสินค้าชุมชน ผลผลิตมาราคา สินค้าราคายุติธรรม รับเงินปันผลคืน

→→→→๗.ธรรมปฏิบัติ บ้านวัดโรงเรียน พัฒนาคนดี  ชีวิตมีสุข ครอบครัวสดใส สังคมไทยงดงาม

→→→→๘.หนึ่งวัดหนึ่งผลิตผล ชุมชนกับวัดร่วมพัฒนาภูมิปัญญา ประเพณีมีผู้สืบสาน ลานวัดลานธรรม

→→→→๙.บริษัทชุมชน สร้างเงิน สร้างงาน หมู่บ้านของเรา รับเหมากันเอง คนเก่งร่ำรวย

→→→→๑๐.พืชผลมีราคา ปลูกได้ขายได้กำไรแน่นอน แปรรูปครบวงจร เกษตรกรร่ำรวย ช่วยเหลือประเทศชาติ

→→→→๑๑. ป่าเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมดี มีเงินมีงาน มีบ้านมีที่ดิน ทรัพย์สินมั่นคง

→→→→๑๒.ประปาแผ่นดิน น้ำกินน้ำใช้มีถึงทุกที่ อยู่ดีกินดีไม่มีอับจน ผลิตผลงอกงาม

→→→→๑๓. ทรัพย์สินทางปัญญา ภูมิปัญญา ตำแหน่งหน้าที่ มีราคา เทียบค่าทรัพย์สิน ช่วยสร้างแผ่นดินให้พัฒนา

→→→→๑๔. อาสาสมัครประชาชน อาสาสมัครมีรายได้ ภาคภูมิใจ เสียสละ พัฒนาท้องถิ่น กินอยู่สบาย

→→→→๑๕. หนี่งผลิตผลหนึ่งโรงเรียน เรียนรู้ค่ปฏิบัติ พัฒนาฝีมือ ยึดถือแบบอย่าง สร้างงานสร้างคน

นโยบายทั้งหมดนี้ ผมได้จัดทำและเผยแพร่มาสอง-สามปีแล้ว และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยมาร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมกันปฏิบัติ เพื่อที่จะนำไปสู่การพึ่งตนเองให้ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต