สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ก็ยังจะจะนำเสนอเรื่องราวกันต่อไปนะค่ะ คิดว่าวันนี้น่าจะจบแล้วนะค่ะ ถ้าเนื้อหาไม่ยาวเกินไป เอาเป็นว่าจะเล่าเฉพาะตอนสำคัญแล้วกันค่ะ เดี๋ยวเรื่องราวมันจะยืดยาวเกินไป อิอิ เอาละค่ะติดตามเรื่องราวต่อไปเลยละกันนะค่ะ

ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ

            หลังที่เด็กคนนั้นได้เดินทางมาอยู่กรุงเทพเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เขาไม่ได้เดนทางมาคนเดียว แต่ว่าเขาเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนที่เรียน ม.ปลายมาด้วยกัน เมื่อมาถึงกรุงเทพฯอาทิตย์แรกก็ยังไม่ได้ทำงาน จนกระทั่งพี่สาวเพื่อนมารับไปอยู่ที่สมุทรปราการด้วยค่ะ เด็กคนนั้นเกิดความกดดันขึ้นมาทันทีเมื่อ พี่สาวเพื่อนพาไปอยู่ห้องด้วย แต่ว่าห้องพี่เขาเล็กมากๆเลยค่ะ แล้วพี่เขาก็อยู่กับแฟนด้วย

            แต่ว่าพี่ก็ใจดีมากๆ ช่วยเด็กคนนั้นกับเพื่อนหางานทำจนได้ ครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ทำงานโรงงาน เพราะว่าตอนเด็กเขาอยากลองมาทำมากๆเพราะเห็นคนข้างบ้านมาทำแล้ว คิดว่ามันเทห์จริงเลย เขากับเพื่อนพักอยู่กับพี่ประมาณ เกือบสองอาทิตย์ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในแฟรชของโรงงานที่จัดไว้ในพนักงานได้อยู่ โดยเขาให้อยู่ห้องละ4คน

            แต่ว่าเขาโดนจับแยกกับเพื่อนอยู่คนละห้อง นั่นสร้างความกดดันให้เขาเป็นอย่างมาก เพื่อนรวมห้องใหม่เขานั้นไม่ใช่รุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นยาย รุ่นป้าเลย เขาเป็นคนที่เด็กที่สุดในห้อง ความกดดันเกิดขึ้นเพราะว่าคนห้องนั้น เขาเป็นอะไรที่ไม่ค่อยพูดค่อยจากันเลย จะพูดจะถามอะไรก็ไม่ได้ เขารู้สึกเครียดมาก ลองไปปรึกษากับเพื่อนว่าคนในห้องเป็นอย่างไรบ้าง แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไรนี่น่า ทำงานว่าเหนื่อยว่าเครียดแล้ว ยังไม่กดดันเท่าตอนกลับมาที่ห้องเลย เขาจึงพยายามจะอยู่ห้องเฉพาะช่วงที่นอนเท่านั้น

            งานโรงงานไม่ได้สวยงามอย่างที่วาดฝันเอาไว้แล้วค่ะ เกิดความกดดันในการทำงานอีกครั้งเมื่อต้องทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น ให้ทันกับเครื่องจักร .....งานที่เขาไปทำนี้เป็นโรงงานเกี่ยวกับการทออวนค่ะ หน้าที่ของเขาคือต้องเปลี่ยนด้ายในเครื่องจักร ที่เรียงๆอยู่แต่ละเครื่องให้เร็วและให้ทันเวลาด้วยค่ะ มันหนักและเหนื่อยมากจริงๆ.....การทำงานเป็นกะ ให้ร่างกายอ่อนเพลียมากๆค่ะ...เวลาผ่านนานเท่าไหร่ ความกดดันอยู่ในห้องก็เพิ่มมากขึ้นทุกที

              ช่วงนี้เขาไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านซักเท่าไหร่ เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาเลย.....ตอนนั้นมีเพื่อนชวนไปทำงานที่พัทยา เขาไม่ปฏิเสธเลยค่ะ ที่จะไป เขาลงไปอยู่ที่พัทยาประมาณ 1เดือนได้ สมัครงานแล้วได้ตำแหน่งเป็นเสมียน ของโรงแรมแห่งหนึ่ง.....เขาเรียนรู้ชีวิตในพัทยา อย่างที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอ....มีอยู่วันหนึ่งในช่วงใกล้จะเปิดเทอม แม่โทรไปหาเขาแล้วถามว่าจะเรียนไหม เขารู้สึกแปลกใจทำไมแม่จะต้องมาเปลี่ยนใจเอาตอนนี้ด้วย...แต่ก็ยังดีใจอยู่ที่ได้ยินคำถามนี้ เขารีบตอบแม่กลับไปว่าเรียน

หลายท่านคงจะสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นใครใช่ไหมค่ะ ก๊ากๆๆๆ เด็กนั้นเคยเขียนใบสมัครทิ้งไว้ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพในช่วงที่อยู่ ม.6 แต่ว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นของภาคเอกชน นะค่ะ ที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้เพราะว่าช่วงนั้นสมัยที่รัฐบาลชุดหนึ่งมีอำนาจทางการเมืองตั้งโครงการหนึ่งหนึ่งขึ้นมาโดยให้กู้ยืมเงินเรียนฟรี ภายใต้ชื่อทุนที่เรียกว่า กรอ. ซึ่งจะให้นักศึกษาเรียนฟรี ถ้าเงินเดือนไม่ถึง 18000 บาทไม่ต้องใช้คืน แต่เมื่อประเทศไทยเกิดการปฏิวัติ เกิดรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาก กองทุน กรอ. จึงได้ยุบไปให้กลับมาใช้ กยศ. เหมือนเดิม ก็ไม่รู้จะทำยังไงค่ะ ได้เข้ามาเรียนแล้ว จึงต้องศึกษาต่อไปจนกว่าจะจบหลักสูตร กว่าจะจบก็คงติดหนี้บานเลยค่ะ ฮิๆๆ

               เด็กคนนั้นเกิดความสงสัยทำไมพ่อถึงให้โอกาสเขาได้เรียนอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มี่ทีท่าว่าจะใจอ่อนเลย จึงได้ทราบทีหลีงว่า มีพี่ชายที่เป็นลูกของลุงช่วยพูดให้พ่อได้ใจอ่อน แต่อย่างไรก็ดี ขอบคุณทุกๆคน ที่ทำให้เด็กคนนั้นได้กลายเป็นฉันในวันนี้ เมื่อฉันก้าวมาเรียน ใน มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ฉันรู้สึกได้ถึงความรัก ความห่วงหาที่พ่อ กับแม่มีให้ฉัน อย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทุกครั้งที่ฉันกลับไปเยี่ยม ความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว ทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ...

ทุกครั้งที่ได้ยินคนอ่านบทกลอนนี้ ฉันว่ามันมีคุณค่า และมีความหมายจริงๆเลยละค่ะ

พ่อแม่ไม่มีเงินทองจะกองให้     จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ

หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ                     เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย

พ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า                         จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย

ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย                 ลูกสบายพ่อกับแม่ก็ชื่นใจ

จาก  http://www.budmgt.com/budman/bm01/teachselfhelp.html

ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ

                            เนื่องจากวันที่ 5ธันวาคม นี่เป็นวันพ่อแห่งชาติ ขอให้พ่อมีความสุข มีสุขภาพร่างกายที่เข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ลูกตลอดไป วันนี้ลูกรู้ว่าพ่อเหนื่อยมากแค่ไหนขอสัญญาว่าลูกจะทำหน้าที่ ให้ดีที่สุดจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง.....วันนี้พ่ออาจจะยังไม่มีโอกาสได้ได้อ่านบันทึกนี้ของลูก แต่สักวันลูกจะให้พ่อได้อ่านแน่นอน ....รักพ่อนะค่ะ.....ขอบคุณให้ลูกได้มีชีวิตเกิดมาเรียนรู้โลกนี้หลายอย่าง....ขอบคุณในความรักความห่วงใยที่พ่อมีให้หนูเสมอมา....บางครั้งหลายอย่างอาจไม่เป็นอย่างใจเราเฝ้าหวัง...แต่ลูกสัญญาจะเป็นคนดี พ่อแบบอย่างที่ดีและอยู่ในหัวใจลูกคนนี้เสมอค่ะ  ทุกๆวันจะเป็นวันพ่อของหนูเสมอค่ะ