วันที่ ๒๗ พ.ย. ๕๑ มิตรรุ่นน้องมาเยี่ยมและให้ความรู้เรื่องวิธีที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาส่งเสริมการเรียนการสอน   ผมเก็บเอามาเล่าต่อ   เพราะนี่คือเรื่องสำคัญมากสำหรับมหาวิทยาลัยไทย    เราอยู่ในยุคที่ต้องพัฒนาคุณภาพของการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง  

 

มิตรท่านนี้คือ ศ. ดร. เมธี เวชารัตนา เป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาอยู่ที่ NJIT (New Jersey Institute of Technology)    เราสนิทสนมกันมากว่า ๑๕ ปี ตอนผมมาเริ่มงาน สกว.   และ ดร. เมธี เป็นประธาน ATPAC (Association of the Thai Professionals in America and Canada) รวบรวมนักวิชาการกลับมาทำประโยชน์แก่ประเทศไทย

 

เราไม่ได้พบกันนานหลายปี  วันนี้ ดร. เมธีมาเยี่ยมพี่ชายที่ป่วยหนัก    จึงมาเยี่ยมผมด้วย   ทำให้ผมได้รับความรู้สำหรับนำมาเล่าต่อ   คือเรื่อง Best Teaching Award กับ ตำแหน่ง Master Teacher

 

ผมเขียนบันทึกนี้จากความจำ และตอนคุยกันก็ไม่ได้ซักรายละเอียด ดังนั้นบันทึกนี้อาจขาดความแม่นยำ  

 

Best Teaching Award

มีการคัดเลือกและให้รางวัลทุกปี   โดยทางภาควิชาเสนอขึ้นไป    มีข้อมูลรายงานการสอน ผลการสอน และผลการประเมินโดยนักศึกษาประกอบ   รายงานแต่ละด้านมีแบบฟอร์มให้กรอก   รางวัลนี้ใครได้แล้วก็ยังได้อีกในปีต่อๆ ไปได้   รางวัลสำคัญคือได้รับเกียรติจากการขึ้นไปรับรางวัลในพิธี   ส่วนตัวรางวัลเข้าใจว่า ๑,๕๐๐ เหรียญ

 

Master Teacher

เป็นการยกย่องสูงสุดสำหรับการเป็นอาจารย์ในส่วนของการทำหน้าที่สอน   ทั้งมหาวิทยาลัย NJIT มีเพียง ๘ คน ที่ได้รับการยกย่องนี้   และ ดร. เมธี เป็นหนึ่งในนั้น   เป็นการยกย่องที่ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยจัดการสรรหาขึ้นเอง   เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์เอาใจใส่การสอน เน้นการสอนที่มีคุณภาพสูง    คนที่ได้รับการยกย่องนี้แล้วจะไม่ได้รับการพิจารณา Best Teaching Award อีก   ผมลืมถามไปว่า ได้เป็น Master Teacher ได้รับผลประโยชน์อะไรบ้าง  

 

ดร. เมธีเล่าว่า คณะด้านวิศวกรรมศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา ถูกประเมินโดย ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) ซึ่งตั้งโดยองค์กรด้านวิชาชีพวิศวกร ซึ่งมีความเข้มแข็งมาก   การประเมินการสอนละเอียดยิบ ขอดูเอกสารประกอบการสอน ดูข้อสอบ   ถามว่าทำไมออกข้อสอบอย่างนั้น   ทำไมสอนเรื่องนั้น ไม่สอนเรื่องนี้   ทางมหาวิทยาลัยต้องเตรียมเอกสารไว้ให้เขาตรวจสอบอย่างละเอียดมาก   และกรรมการประเมินเป็นกรรมการเฉพาะสาขา จำนวน ๗ คน มาประเมินที่มหาวิทยาลัยโดยใช้เวลา ๑ สัปดาห์   มีรอบของการประเมินตามปกติ ๖ ปีสำหรับสาขาในมหาวิทยาลัยที่ผ่านการประเมิน   ถ้าประเมินตกแต่ไม่รุนแรง จะมาประเมินหลัง ๓ ปี   โดยรี่มาดูตรงที่ผลประเมินคราวที่แล้วได้ผลไม่ดี ว่าได้ปรับปรุงอะไรไปบ้าง    แต่ที่ไหนผลประเมินไม่ดีเลย ปีรุ่งขึ้นคณะประเมินจะมาอีก    ผลการประเมินจะประกาศใน Chronicle of Higher Education รู้กันไปทั่วประเทศ   จะก่อผลกระทบต่อโอกาสได้รับการสนับสนุนต่างๆ รุนแรงมาก    

 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ พ.ย. ๕๑