ว้าวๆๆๆ เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่ 3 แล้วนะค่ะ อิอิ ต้องเร่งเขียนให้จบก่อนจะถึงวันที่ 5ค่ะ  เดี๋ยววันที่ 5 คงไม่ได้เขียนค่ะ เพราะว่าติดภารกิจ จะต้องเดินทางไปปฏิบัติธรรมกับอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยน่ะค่ะ ซึ่งงานนี้ก็จะเดินทางไปที่ จังหวัด สุพรรณบุรีค่ะ แต่ที่ไหนนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด...ถือว่าเป็นการไปทำบุญในวันพ่อด้วยนะค่ะ เอาละค่ะ ไม่ร่ายไปยาวแล้ว อิอิ ขอเล่าเรื่องต่อเลยละกันนะค่ะ

ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ

  หลังจากที่เด็กคนนั้นไปเดินทางกลับมาอยู่บ้านแล้ว 1อาทิตย์แรก เขาได้แต่มองคนอื่นๆที่ไปเรียนกัน...... ก็นะ...ชีวิตเคยชินกับการเรียนมาเป็น สิบปีนะค่ะ เลยทำให้เด็กคนนั้นมีความรู้สึกอยากเรียนมาก จะให้ทำยังไงก็ยอม...มีเพื่อนข้างบ้านเขาไปเรียน แล้วกลับมาบอกเด็กคนนั้น ว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้ยังมีคนไปสมัครเรียนอยู่เลย นั่นยิ่งทำให้เด็กคนนั้น มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง....จนกระทั่งลองไปไปพูดกับแม่ ว่าขอเรียนอีกครั้งได้ไหม..พ่อกับแม่ก็มีใจอยากจะให้เด็กคนนั้นเรียนอยู่ จึงบอกว่าจะพอไปถามโรงเรียนดูก่อน

เช้าวันศุกร์ แม่พาเด็กคนนั้น เดินทางไปยังโรงเรียน ในตำบล ที่ก่อนหน้านั้น เด็กคนนั้นเขาไม่อยากจะมาเรียน เขาเตรียมหลักฐานทุกอย่าง ไปยื่นกับฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน....เด็กคนนั้นเจอเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งนั่นอยู่ม้ามั่ง เพ่งมองเด็กคนนั้นด้วยความสงสัยว่า จะมาทำไมกันเนี่ยเขาจะสอบกลางภาคอยู่แล้ว.....เนื่องจากโรงเรียน เปิดเรียนมานานได้เป็นเดือนแล้ว ฉะนั้นต้องขออนุญาตกับ ผอ.โรงเรียนก่อน โชคดีว่า ท่านผอ.ท่านนี้ใจดีมาก ให้โอกาสเด็กคนนั้น ได้มีโอกาสได้เรียนต่อ...”ครูไม่อยากให้หนูต้องเสียโอกาส...การศึกษาคือการค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ ครูจะให้โอกาสหนู....” ไชโย!!!! ได้เรียนสมใจแล้ว ฮิๆๆ

พอหลังจากที่ไปสมัครเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว...แม่พาเด็กคนนั้นไปซื้อชุดนักเรียน เขาตื่นเต้นจัง....ครั้งแรกเขาใช้เงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง จ่ายค่าชุดนักเรียนไป จนกระทั่งถึงเช้าที่แสนจะตื่นเต้นที่สุด เขาลุกขึ้นอาบน้ำแตกตังตั้งแต่เช้า หรือที่ ชาวบ้านเขาเรียกว่าเห่อนั้นแหละ ฮิๆๆๆ......เช้าวันจันทร์วันนี้ไม่ใช่วันที่เขาเรียนตามปกติกันแล้ว เพราะว่าวันนี้เป็นกำหนดสอบปลายกลางภาคทั้งโรงเรียนเลย.....แล่วๆๆๆๆๆๆๆๆแล่ววววว...เด็กคนนั้นได้แต่คิดในใจ...แล้วฉันจะทำได้ไงเนี่ย..เรียนก็ไม่ทันจะได้เรียนเลย วันแรกก็ได้สอบซะแล้วพี่น้อง เหอะๆๆ

           การสอบปลายภาค เสร็จสิ้นและผ่านไปด้วยดี แต่ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้นะค่ะ ว่าเด็กคนนั้นใช้วิธีไหนในการทำข้อสอบ อิอิ ใช่แล้วที่ท่านคิดถูกแล้ว คือลูกมั่วอย่างเดียวเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ....ตอนนี้ไม่ใช่เด็กคนนั้นจะต้องตามไปสอบแก้ แต่ว่าต้องตั้งใจเรียนเยอะกว่าคนอื่นหลายเท่าเพราะ ตอนนี้เพื่อนในห้องเรียนผ่านกันไปได้หลายบทแล้วค่ะ แต่เรียนยังไง เขาก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง....เฮ้อ...เข้าใจว่าครูผู้สอนคงช่วยเรื่องคะแนน ของเด็กคนนั้นเยอะอยู่เหมือนกันละค่ะ เพราะว่าอาจารย์ทุกท่าน ท่านรู้และเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของเด็กคนนั้นซะเหลือเกินเลย....เทอมแรกผ่านไปด้วยดีค่ะ เกรดของเขาออกมาไม่ดีมาก แต่ก็คงไม่เลวร้ายเกินไปหรอกค่ะ ฮิๆๆ

เริ่มเข้าสู่ เทอมที่สองของ ม.4 เด็กคนนั้น เริ่มปรับตัวกับอย่างมากขึ้น เริ่มรู้จักเกือบทั้งห้องแล้วละ หลังจากที่เทอมที่แล้ว เขายัง อายๆ ไม่ค่อยกล้าคุยเพื่อนเท่าไหร่ตอนนี้เด็กคนนั้นเริ่มมีเพื่อนไปเป็นกลุ่มแล้ว เขารู้สึกสนุกกับชีวิตการเรียนมากขึ้น วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย วันจันทร์-ศุกร์ เด็กคนนั้นก็เดินทางไปเรียนอย่างปกติ การเรียนก็ปรับตัวได้มากขึ้น รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง อิอิ ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็ไปช่วยทางบ้านทำงาน..บ้านเขาจะมีงานให้ทำอยู่ตลอดปีเลยค่ะ พอเสร็จจากทำนา ก็ไป ทำไร่มันสำปะหลังต่อเลยค่ะ และก็เลี้ยงวัวด้วย...เส้นทางชีวิตก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ตอลด 1ปี 2ปี จนกระทั่ง ปีที่3 ตอนนี้เด็กคนนั้น เรียนอยู่ ม.6 แล้ว เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหกเลย อิอิ

ผ่านไปแล้วหลายปี ถนนสายนั้นก็ยังเป็นทางลูกรังอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง...แต่ว่าชีวิตของเด็กคนนั้น เดินทางมาถึงจุด ที่จะต้องโบยบินไปด้วยปีกของตัวเองอีกแล้ว.... ม.6 เทอม สอง วันนี้เขากับเพื่อนต้องไปสอบโอเน็ตยังต่างโรงเรียนแล้ว การสอบทุกอย่างผ่านด้วยดี ทั้งการสอบโอเน็ต และเอเน็ต....ด้วยที่โรงเรียนบ้านนอกๆ การศึกษาหาข้อมูล อาจจะไม่ล้ำสมัย เหมือนกับโรงเรียนในเมือง เรียนคอมฯก็ 3-4คนต่อเครื่อง ขนาดนักเรียนแค่ 40 กว่าคนนะเนี่ย เรื่องคอมเด็กคนนั้น แทบจะไม่ได้จับเลย เขาทำได้แค่ เปิด-ปิด เครื่องเท่านั้นแหละ

อีกครั้งแล้ว ที่เขาขอพ่อกับแม่เรียนต่อ แต่ว่าพ่อกับแม่ ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอีกแล้ว เขาขอพ่อกับแม่เรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เขาสอบได้ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการจะเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากๆ เขาดีใจที่มีจดหมายมาถึงบ้าน ให้เขาไปสอบสัมภาษณ์ แต่พ่อก็ไม่ยอมให้ไปพ่อห้ามตั้งแต่วันที่จะไปสอบแล้ว ถึงขั้นต้องทะเลาะกันเลย เขารู้สึกโกรธพ่อมาก พ่อกับแม่คงมีอดีตที่ฝังใจ เกี่ยวกับการทุ่มเท และคาดหวังกับใครคนหนึ่ง แต่เขา ก็ต้องผิดหวัง..... กลัวเด็กคนนั้น จะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังอีกครั้ง.....เขาพยายามพูดให้พ่อเข้าใจว่า นั้นมันคนละคนกัน ทำไมพ่อต้องเอาตัดสิ้น ว่าเขาจะต้องเป็นอย่างนั้นด้วย เขานอนร้องให้อยู่หลายวัน แต่ยังไง พ่อก็ไม่ยอมใจอ่อนอีก

วันที่ทางมหาวิทยาลัยเรียกตัวไปสัมภาษณ์ผ่านไป เขาก็ได้แต่น้อยใจพ่อกับแม่...ตอนนี้เด็กคนนั้น อยากจะมาทำงานอยู่กรุงเทพฯอีกครั้ง เขาลงมาพร้อมกับเพื่อนเพราะหวังว่า อย่างน้อยก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ที่ม.รามแล้วกัน เขาเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ด้วยอาการที่น้อยใจพ่อแม่อย่างสุดขีด.....และพ่อกับแม่ก็คงรู้ว่า เด็กคนนั้นโกรธอย่างมากมาย

ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ

            เรื่องราวก็ยังไม่จบนะค่ะ ชีวิตการมาอยู่กรุงเทพฯครั้งที่สอง ก็ไม่ได้ สวยงามอย่างที่เขาคิดเหมือนเดิมละค่ะ เขามาทำงานโรงงานเป็นครั้งในชีวิต มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เกิดเป็นไดอารี่ อยู่หลายๆบันทึก ในความทุกข์ทรมานใจ ความกดดันในการทำงาน ความกดดันในการปรับตัวอยู่กับคนอื่น ทางชีวิตของเด็กคนนั้น จะดำเนินต่อไปอย่างไร ติดตามตอนต่อไปนะค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ