หลังเกษียณอายุราชการ(ก่อนกำหนด)  ผมก็ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยาย และเป็นที่ปรึกษาให้แก่บุคคล หน่วยงานต่างๆอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นไปเพื่อให้บริการ โดยไม่ติดอยู่ในกรอบต้องผูกพันอะไรเหมือนในระบบราชการ ถือเป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่ง  นอกจากการปลูกต้นไม้  ปฏิบัติธรรม  ออกกำลังกาย  ไปท่องเที่ยว ฯลฯ ก็รู้สึกว่าจิตใจโล่งสบายดี
     เรื่องกิจกรรม 5ส.เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมยังถูกเชิญเป็นวิทยากร (ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ปี 2528) ก็ยังเป็นเรื่องทันสมัยอยู่  ผมเคยถูกทางบ้านแซวบ่อยๆว่า
     "เป็นวิทยากร 5ส.แต่ทำไมที่บ้านตัวเองยังปล่อยให้หนังสือเต็มตู้รกไปหมด  มีแต่สะสมขึ้นมาเรื่อยๆ"    
        เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลยถือโอกาสทำ 5ส.ที่ชั้นหนังสือของตนเองเสียที 
     จำได้ว่าตอนเป็นวิทยากรบรรยาย  เคยพูดถึงหลัก ส.ตัวแรก คือ สะสางไว้ว่า
     การสะสาง  จะเริ่มต้นด้วยการพิจารณาสิ่งของรอบตัว เช่น ตู้ หลังตู้ มุมอับ ชั้นวางของ ฯลฯ เพื่อจำแนกสิ่งต่าง ๆ ว่ามีสิ่งใดบ้างที่จำเป็น และไม่จำเป็นสำหรับตัวเองหรือหน่วยงาน สิ่งใดที่จำเป็นก็จะวางหรือเก็บ  แต่ต้องให้สะดวกต่อการนำกลับมาใช้  สิ่งใดที่ไม่จำเป็นก็จะพิจารณาให้คนอื่นหรือขาย หรือทิ้ง   
            ในการทิ้งหรือขาย  หรือให้คนอื่น มีข้อควรระวัง  ดังนี้

§   ไม่ให้ของจำเป็นหรือของมีค่าสำหรับตัวเองหรือหน่วยงานติดไปกับของไม่จำเป็น

หรือของไม่มีค่า  เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย

§   ไม่ให้ของไม่ดีติดไปกับของไม่จำเป็นที่ต้องการจะทิ้ง  หรือขาย  หรือให้คนอื่น   เพราะจะ

ทำให้ตัวเองหรือหน่วยงานเสียชื่อ

§  ไม่ให้ผิดกฎระเบียบหรือขั้นตอนการทิ้งหรือขายให้คนอื่นของหน่วยงาน
            และยังมีหลักง่ายๆว่า 
"ถ้าหยิบของสิ่งใดขึ้นมาเกิดความสงสัยว่าจะใช้หรือไม่ใช้ต่อไป  ให้สะสางทันที  เพราะแน่นอนว่าถ้าขืนเก็บไว้ จะถูกสะสมต่อไป และไม่มีวันนำมาใช้อีก (เหมือนคนแก่ที่ชอบเก็บของ)"
          ผมก็พยายามเทียบเคียงหลักสะสางกับชั้นหนังสือที่บ้านของผม  โดยมีอีก 2หลักเพิ่มขึ้นมาคือ 
"การปล่อยวาง" และ "สร้างประโยชน์"
         ดังนั้นจึงเริ่มคัดแยกหนังสือที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ครูอาจารย์ ผู้บริหาร และนักเรียนนักศึกษา ออกมาจัดเป็นกลุ่มๆ  มัดแยกไว้  โดยไม่เสียดายหรือเก็บไว้เป็นอนุสรณ์(ก่อนตาย)  ก็พบว่ามีหนังสือดีดีเยอะมาก  โล่งตู้ไปเลย  หนังสือใดที่ดูแล้วไม่มีประโยชน์อีกก็ทำการสะสางไป  แม้แต่หนังสือที่เพิ่งซื้อมาอ่านใหม่ๆพออ่านจบก็มัดรวมเป็นกลุ่มหนังสือบริจาคทั้งหมด ไม่ยอมเก็บเอาไว้ 
          ผมได้นำหนังสือที่ยังมีคุณค่าดังกล่าวทั้งหมดมาบริจาคเข้าห้องสมุดที่โรงเรียนสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี (SBAC)  ดร.ประสาน  ประวัติรุ่งเรือง (ผอ.) ท่านได้ทำพิธีรับ-มอบหนังสือที่หน้าเสาธง
          สิ่งที่ได้จากการทำ 5ส.ครั้งนี้ นอกจากผมจะมีความสุขที่ได้บริจาคทางปัญญา และทำให้บ้านเกิดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นแล้ว  ผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีการจัดการที่ดี  ที่เคลื่อนย้ายเอกสารความรู้ที่เก็บไว้สำหรับตัวเองเท่านั้น(ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อีกหรือไม่เพียงใด  ที่คนแก่หลายๆคนคิดว่าเก็บไว้เป็นอนุสรณ์และสมบัติของตนเอง) นำมาไว้ในห้องสมุดที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่คนจำนวนมาก   และถ้าหากตนเองอยากจะอ่านอีกเมื่อไรก็เข้ามาสืบค้นอ่านได้ทุกเมื่อ
          ใครจะคิดอย่างผมบ้างก็เชิญนะครับ...มีความสุขจริงๆครับ