บ่ายของ ศ.28 พ.ย.51 ออกเดินทาง จาก นครนายก ไป ขอนแก่นในแผนแรก จะไปพักในเมืองขอนแก่น 2คืน และในคืนที่2 จะเที่ยวงานไหมของเมืองขอนแก่นด้วย แต่ด้วยน้องสาวที่อยู่ขอนแก่นเดินทางไปร้อยเอ็ด ขาดผู้นำทาง ติดต่อเครือข่ายG2Kในขอนแก่น แต่ยังไม่ชัดเจน เลยปรับเป็นแผน 2 ไปพักที่โรงแรมใน อ.บ้านไผ่ เพียง1คืน

ก็ใช้เวลาไป 5 ชั่วโมงนิดหน่อย ถึงโรงแรมที่พักก็มืดเลย พอลงรถมีลมเย็นปะทะหน้า เย็นจนคิดว่าจะนอนไหวมั้ยเนี้ย

ทั้งคืน เย็นจนไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ประมาณ ตี4 รู้สึกว่าหนาวเย็นมากผิดปกติ ของห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์ ลองเปิดแอร์ซักพักรู้สึกว่า อุ่นกว่าตอนไม่เปิดซะอีก แหมรู้อย่างนี้เปิดไปนานแล้ว

เช้า ส.29พ.ย.51 ออกเดินทางจากอ.บ้านไผ่ไปอ.เปือยน้อย 2 ข้างทางถนน สวยงามมาก เปิดกระจกรถรับลมเย็น ถนนหนทางดีมาก ถึง ที่ทำการเทศบาลเปือยน้อยก่อนแปดโมง เวลานัดเข้าสอนคือ 8โมงครึ่ง ว่างอย่างนี้ ก็เดินชมนกชมไม้

เดินจนเพลิน ถึง 9โมง จึงมีนักศึกษา ทยอยกันเข้ามาเรียน ช่วงเช้าอากาศเย็น

ช่วงบ่าย เปลี่ยนสถานที่เรียน เป็นที่โรงเรียนเปือยน้อยศึกษา โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เงียบสงบดีมาก

ราว 4โมงเย็น ไปชมปราสาทเปือยน้อย เป็นโบราณสถานที่ไม่ใหญ่โตมากนัก มีชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยง มากินหญ้าใกล้ตัวปราสาท กระผมเลยมิกล้าเข้าใกล้

และด้วยมีเวลาจำกัด จึงเข้าไปดูสระน้ำใหญ่ ที่พัฒนาเป็นสวนสาธารณประจำ อำเภอ ซึ่งสระน้ำนี้ก็อยู่ตรงข้าม กับปราสาทเปือยน้อย

ชมทัศนียภาพได้ชั่วครู่ ก็ออกเดินทางกลับ

 ด้วยความตั้งใจ กลับเส้นทาง ผ่าน อ.หนองสองห้อง ถนนที่ไปอ.หนองสองห้อง มีสถาพชำรุด บ้างช่วงถนน ใช้ความเร็วได้เพียง 30 กม./ชม. แต่ก็พลันไปพบป้าย บอกเส้นทาง เข้า อ.พล คำนวณในใจ ระยะกิโล ที่จะไปเส้นทางใหม่ ร่นระยะทางไป ไม่น้อยกว่า 15 กม. เลยขอลองเส้นทางนี้ แวะถามชาวบ้าน ว่าถนนเป็นอย่างไร คำตอบ ที่ได้ คือ เพิ่งทำใหม่เลย

ระยะทาง ประมาณ 25 กิโล นี้ เป็นถนนที่สดงามอีกถนน ผ่านชุมชนชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน และก็มาถึงหลักกิโลที่ 10  หยุดรถ ทักทายชาวบ้าน ขอถ่ายรูปและถามเส้นทาง

ชาวบ้านที่เห็น อยู่หมู่บ้านใกล้เคียง มารับจ้างเกี่ยวข้าวอัธยาศัยดีมากเลยครับ ทักทายพอประมาณ ก็มืดค่ำ ตั้งพิกัดสายตา เดินทางกลับ

เดินทาง ในยามค่ำคืน คนเดียวมันช่างเปลี่ยวใจจริงหนอ

แผนที่ อ.เปือยน้อย ขอนแก่น