"ปิยวาจา" เป็นสิ่งสำคัญ หรือไม่ หรือว่าเป็นเรื่องเล็ก เมื่อเทียบกับปัญหาสังคมอื่น ๆ มีคนพยายามอธิบายว่า ปิยวาจา น่าจะยังคงอยู่ได้ในสังคมไทย ไม่น่ากังวลใจอะไรมากนัก เพราะ “สิ่งที่เขาพูดกันบนเวทีการเมือง แม้จะมีคำหยาบปนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็เป็นเรื่องของการพูดให้เหมาะกับกาลเทศะ เท่านั้น"

         ทุกครั้งที่เปิดวิทยุ หรือติดตามข่าว ความเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้จะเข้าใจนะ ว่า บ้านเมืองของเรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลง  ความคิดเห็นที่แตกต่าง ในระบบประชาธิปไตย น่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ทุกครั้งที่รับฟังการปราศรัยบนเวที (ไม่อยากจะระบุว่าเป็นเวทีเสื้อสีอะไร เพราะพบได้ทั่วไป ทุกเวที ทุกสีเสื้อ) รู้สึกว่า สิ่งหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ “การพูดคำหยาบ การด่ากันด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย พบเห็นได้ ทุก 5 วินาที”  ความกังวลใจของเรา ในฐานะที่เป็นครู คือ  “เราสอนให้เด็กพูดจาไพเราะ” แต่ในขณะนี้ บริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป  คำหยาบ เช่น  “ชั่ว”  “บ้า”   “เหี้ย”   “สันดานเลว”   “อุบาทว์” ฯลฯ ได้ถูกระดมนำมาใช้ในกระบวนการพูดแบบถี่ยิบ  สิ่งที่ตนเองคิด(ในฐานะที่เป็นครู ) คือ  หลังจากนี้ “ครู และ โรงเรียน ในฐานะองค์กรหลักในการให้การศึกษา เราจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ อย่างไร”(หรือว่ามันเป็นเรื่องเล็ก)   ทำอย่างไร หลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”  อันประกอบด้วยทาน คือ การให้ การเสียสละ หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆ ตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น  ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับกาลเทศะ  อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น    สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย(เรื่อง Double Standard น่าจะรวมอยู่ในหลักธรรมข้อนี้)

ในบทบาทของคนที่เป็นครู(ครูแบบโบราณหน่อย) และบทบาทของพ่อ(พ่อแบบโบราณมาก)ที่มีลูก  ผมเอง ยังอยากให้ “ลูก” และ “ลูกศิษย์” พูดจา สุภาพ อ่อนหวาน  ภายใต้ความคาดหวังนี้ รู้สึกกังวลใจมากเหมือนกัน กับบริบทที่เปลี่ยนไปของสังคม ไม่แน่ใจว่า สังคมเรา จะยังคงดำรงไว้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ หรือไม่

มีคนพยายามปลอบใจโดยการอธิบายว่า สภาพการเมืองในช่วงนี้ ไม่น่าจะเกี่ยว “ปิยวาจา น่าจะยังคงอยู่ได้ในสังคมไทย น่ะ”  ไม่น่ากังวลใจอะไรมากนัก เพราะ “สิ่งที่เขาพูดกันบนเวทีการเมือง  เป็นการพูดให้เหมาะกับกาลเทศะ เท่านั้น” (พออธิบายจบ เขาก็หัวเราะเบา ๆ เลยไม่แน่ใจว่า เขาพูดจริง หรือพูดเล่น)