ในสัจธรรมแล้วถือว่ามีปัญญารักษาตนนั้นเอง.

พระพุทธศาสนามีคำสอนเน้นเรื่องปัญญา

ในหลักพุทธธรรมถือว่าปัญญานั้นเป็นแกนกลางแห่งธรรม  ดังพุทธพจน์ที่ว่า  ปัญญุตตะรา  สัพเพ  ธัมมา  แปลว่า  ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีปัญญาเป็นยอดยิ่ง  ปัญญาคือประธานในการตัดสินปัญหาต่าง ๆ ในวิถีของคนเรา  โดยมีรากฐานมาจากตัวการรักษาศีลแล้วจึงกิกเกิดสมาธิ  เมื่อสมาธิมั่นคงแล้วจึงก่อเกิดปัญญาตามมา 

 เพราะปัญญาเป้นความรู้แจ้งแทงทะลุในทุกสิ่งที่เราสงสัยให้หายสงสัยเสียได้  แต่ต้องมีกระบวนการของศีลสมาธิและปัญญาที่อิงอาศัยซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ตามถ้าชาวสวนใช้ขวานตัดต้นไม้ที่จะล้มทับถนนสร้างความเดือดร้อนให้สังคมนั้นต้องมีการมีจิตใจมั่นคงคือการมีศรัทธาอย่างแรงกล้า  การมีกิ่งที่เกาะเกี่ยวยึดนั้นคือแผ่นดินที่ยืนเหมือนการมีศีลมีเกาะกำบังตน 

 การมีพละกำลังกายที่แข็งแรงคือการมีสมาธิและการมีขวานคมตัดต้นไม้ลงได้คือคมขวานแห่งปัญญา  นั้นคือตัวปัญญาเป็นคมขวานที่ทำสำเร็จ  นั้นคือคำพระที่ว่า..พาหุง  เว  สะระณัง ยันติ  สัพพะ  ตานิ  วะนานิจะ. หมายความว่า คนทั้งปวงเมื่อถูกภัยแห่งความกลัวคุกคามแล้ว  ย่อมยึดเอาสิ่งทั้งหลายมาเป็นที่พึ่ง  แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม 

 เพราะไม่ทำให้คนเราพ้นจากความทุกข์ได้  ต่อเมื่อใครพิจารณาตามความเป็นจริงโดยธรรมว่า  รู้จักทุกข์  รู้ตัวปัญหาที่ทำให้ทุกข์เกิด  รู้ทางดับทุกข์และแก้ไขไปตามเส้นทางนั้นตามเหตุตามปัจจัยด้วยปัญญาอันเห็นแจ้งในสัจธรรมแล้วถือว่ามีปัญญารักษาตนนั้นเอง.