เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2548 สถาบันฯ ได้รับมอบหมายจากท่านปลัดให้จัดสัมมนาเพื่อเปิดกระบวนทัศน์การบริหารจัดการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ โดยมีโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นต้นแบบ ผู้เข้าสัมมนาประกอบด้วย ผู้บริหารและคณะครูจากโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย และโรงเรียนขนาดใหญ่สังกัด สพฐ. รวมทั้งโรงเรียนเอกชนส่วนหนึ่ง สถาบันฯ ได้เชิญ ดร.กฤษณพงศ์  กีรติกร  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์มาเป็นประธานเปิด  ท่านปลัดกระทรวงฯ  ก็ได้กรุณามาร่วมแสดงความคิดเห็น จากนั้น ศ.ดร.ยอดหทัย  เทพธรานนท์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี 2529 ได้บรรยายเรื่องนโยบายการพัฒนากำลังคนกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ดร.โกศล  เพชร์สุวรรณ  กรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  บรรยายเรื่องโรงเรียนวิทยาศาสตร์สนองต่อนโยบายการพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ  ในช่วงบ่ายท่านผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ดร.ธงชัย  ชิวปรีชา ได้พูดถึงความเป็นมาของการจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  และโรงเรียนอื่น ๆ ให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่ตอบสนองต่อนโยบายการพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ  หลังจากนั้นก็ให้ผู้เข้าอบรมแบ่งกลุ่มอภิปรายเพื่อพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ซึ่งผลการอภิปรายสรุปได้ 3 ทางเลือก ดังนี้  1) ใช้วิธีสอนเพิ่มเติมความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนที่มีความฉลาดเป็นเลิศหรืออัจฉริยะหรือมอบหมายโครงงานวิจัยให้ทำ  (Enrichment) ในกรณีที่มีจำนวนนักเรียนไม่มากพอที่จะเปิดเต็มห้องเรียนได้  2) School in  school  หมายถึง การเปิดห้องเรียนเฉพาะสำหรับเด็กที่มีความเป็นเลิศหรือัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยรัฐต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ในด้านงบประมาณและบุคลากร 3) พัฒนาให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์เต็มตัวเหมือนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยมีเงื่อนไขที่รัฐจะต้องให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ ห้อง Lab ครูที่มีความรู้ความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ให้มีอิสระในการบริหาร เช่น การคัดเลือกนักเรียน (ไม่ให้มีเด็กฝาก) การคัดเลือกครู  การขอการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในท้องที่ การขอการสนับสนุนจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ในการพัฒนาบุคลากร การขอการสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนทุกคน รวมทั้งนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาล 

     โรงเรียนจุฬาภรณ์ ส่วนมากต้องการพัฒนาตามทางเลือกที่ 3 ส่วนโรงเรียนอื่นเลือกทางเลือกที่ 2 จากนั้นผู้เข้าสัมมนาทุกท่านจะไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์แล้วจะกลับมาหาข้อสรุปอีกครั้งในวันสุดท้ายของการสัมมนา ท่านปลัดชมว่าสถาบันฯ จัดได้ดี ผมต้องยกเครดิตให้กับท่านรองฯ สนธิรัก และคณะที่ได้เตรียมการอย่างยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน  นอกจากนั้นในวันที่ 4 - 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้จัดสัมมนาเครือข่ายโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพโดยร่วมกับสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผมต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ นายแพทย์สมศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์  และหัวหน้ากลุ่มงานอนามัยโรงเรียน  พญ.เพ็ญศรี กระหม่อมทอง รวมทั้งคณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข 50 ท่าน ที่ได้เข้าร่วมสัมมนาเพื่อขยายเครือข่ายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพให้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาคุณภาพให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเหรีญทอง  ในสัปดาห์นี้สถาบันฯ ก็มีโครงการจัดสัมมนาอีกหลายโครงการ เช่น โครงการสัมมนาเพื่อศึกษาวิธีการจัดทำ TOR โครงการสัมมนาเพื่อปรับแผนยุทธศาสตร์  เป็นต้น  ผมขอขอบคุณผู้รับผิดชอบโครงการทุกท่านที่ทำงานด้วยความรับผิดชอบทำให้โครงการของเราประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

       สุดท้ายผมขอสรุปหนังสือที่ท่านนายกฯ แนะนำให้อ่านชื่อ Primal Leadership เขียนโดย Daniel  Goleman  และคณะ  ซึ่งได้กล่าวถึงผู้นำที่สามารถเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้เพราะเป็นผู้นำที่มีอำนาจเหนืออารมณ์  ความรู้สึกของคนอื่น (Primal  Leadership)  กุญแจที่จะไขไปสู่ความเป็นผู้นำทางอารมณ์อยู่ที่การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence : EI) วิธีบริหารตนเองและวิธีบริหารความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จในการเป็นผู้นำเหนืออารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น จะสามารถโน้มนำอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง