สศค.ปรับเป้าจีดีพีใหม่-ชี้การเมืองฉุดท่องเที่ยวทรุด

สศค.รื้อเป้าจีดีพีปีนี้และปีหน้าใหม่ห่วงการเมืองวุ่นหนักฉุดท่องเที่ยวทรุดเอกชนผวาสถานการณ์ยืดเยื้อ เศรษฐกิจปี 2552 ดิ่งแรง จีดีพีโตแค่ 2% คนว่างงานพุ่งเกือบล้านคน "ก้องเกียรติ" ระบุประเมินผลวิกฤติโลกต่ำกว่าความเป็นจริง

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เสถียรภาพเศรษฐกิจ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เตรียมปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลง จากเดิมที่คาดว่าในปี 2551 จะขยายตัว 5.1% และในปี 2552 จะขยายตัว 4-5% โดยคาดว่าจะชะลอตัวลงเนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองที่มีการชุมนุมปิดสนามบิน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างมาก

ขณะที่นายพงศ์ณคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนประเมินการเศรษฐกิจและแบบจำลองเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ทำให้คาดว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบและส่งผลต่อดุลบริการของประเทศ โดยในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี จะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ส่วนภาคส่งออกเบื้องต้นไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะใช้การขนส่งทางเรือเป็นหลัก

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ต้องการให้เหตุการณ์ทางการเมืองจบโดยเร็ว เพราะการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิจะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมียอดจ้างงานสูงขึ้น และเป็นรายได้หลักที่กระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบรุนแรง โดยไตรมาส 4มีแนวโน้มขยายตัว 1.5-2%ซึ่งเป็นอัตราลดลงที่รุนแรงมาก  ส่วนปีหน้ามีโอกาสที่จีดีพีจะขยายตัว 2-3% หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายเร็ว แต่ศูนย์ยังประมาณการไว้ที่ 3-4% การว่างงาน 9 แสนคน คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะดิ่งลงแรงและลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า จากวิกฤติการเงิน ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น การลงทุนลดลง เพราะรัฐบาลขาดแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากความล่าช้าในการใช้งบประมาณ 1 แสนล้านบาท และโครงการเมกะโปรเจกท์

ขณะที่ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่การประเมินความเสียหายของปัญหากลับต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งผลกระทบในปีหน้าน่าจะรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ และเป็นจุดที่เศรษฐกิจตกต่ำสุด โดยการประเมินว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ 3-4% นั้น เป็นการประเมินที่สูงเกินไป ทั้งนี้ เชื่อว่าจีดีพีปีหน้าน่าจะขยายตัวได้แค่ 2% กว่าเท่านั้น

คม ชัด ลึก 28 พฤศจิกายน 2551