จากการประชุมกลุ่ม รายจังหวัด จึงได้แผนดำเนินต่อเนื่องในปี 2552 ภาพรวมของภาคใต้มาค่ะ นั่นก็คือ

  1. ดำเนินโครงการในชมรมผู้สูงอายุเดิมต่อไป และขยายเครือข่าย โดยแกนนำชมรมเดิม ใช้วิธีการแบบพี่สอนน้อง เช่น ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลควนกาหลง จะให้ตัวแทนของชมรม หรือแกนนำผู้สูงอายุลงไปให้คำแนะนำกับชมรมผู้สูงอายุแห่งอื่นๆ
  2. จัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในแต่ละอำเภอ และให้ อสม. ไปดูแลผู้สูงอายุแต่ละหมู่บ้าน โดยการไปอบรมผู้สูงอายุ หรือประชุมหมู่บ้านกันเอง และให้เขาคิดกิจกรรมขึ้นมา เช่น จัดประกวดผู้สูงอายุฟันดี ในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด
  3. ประชุมประธาน กรรมการบริหารของชมรมผู้สูงอายุ และผู้รับผิดชอบงานชมรมผู้สูงอายุของอำเภอ เพื่อนำเสนอความต้องการของชมรมฯ อยากทำกิจกรรมอะไรในชมรมฯ และอยากให้มีการจัดกิจกรรมอะไรบ้าง
  4. บูรณาการโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ ในเรื่องสหวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล ทันตบุคลากร เข้ามาดูแลผู้สูงอายุ ในกิจกรรมของแต่ละเดือน
  5. ฟื้นฟู ส่งเสริมในการทำฟันเทียมต่อเนื่อง
  6. จิตอาสา ดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากออกสู่ชุมชน  เช่นไปเผยแพร่ความรู้  เล่าประสบการณ์  ในศูนย์เด็กเล็ก/ในโรงเรียน
  7. จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละอำเภอ
  8. คัดเลือกชมรมผู้สูงอายุต้นแบบ นำเสนอในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชมรมผู้สูงอายุ และระดับจังหวัด
  9. ประกวดชมรมผู้สูงอายุดีเด่น ด้านส่งเสริมสุขภาพช่องปาก, ประกวดผู้สูงอายุฟันดี
  10. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จาก PP area based หรือ CUP เพื่อการดำเนินงานในชมรมผู้สูงอายุ
  11. สนับสนุน งบประมาณ อุปกรณ์ สื่อ และประสานภาคีเครือข่าย เช่น อบต. อบจ. เทศบาล เพื่อให้การสนับสนุนเพิ่มเติม

รวมเรื่อง ลปรร. กิจกรรมทันตฯ ชมรมผู้สูงอายุภาคใต้