พุทธศาสนาให้มองกรรมเป็นกระบวนการแห่งเหตุปัจจัยทำสิ่งได้ได้ผลของสิ่งนั้นอย่างยุติธรรม

ลักษณะคำสอนของพุทธเป็นกรรมวาที

การศึกษาหลักธรรมที่ว่า...การกระทำนั้นมีจริง  และเมื่อกระทำสิ่งใดลงไปแล้วก็ได้รับผลจริงอย่างนั้นอย่างพอเหมาะยุติธรรม  ก็เพื่อให้คนเราได้รู้สำนึกว่า  ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนนะ  คนทั่วไปมักบอกปัดเรื่องไม่ดีให้คนอื่น  ชอบที่จะให้ผู้อื่นมารับผลกรรมที่ตนกระทำลงไป  ชอบพูดคำว่าเปล่า ๆ ทั้งที่ตนเองเป็นคนลงมือทำ

การสอนเรื่องกรรมก็เพื่อให้คนเรารับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง  สอนให้พึ่งพิงตนเอง  ไม่ฝากโชคชะตาไว้กับสิ่งภายนอกตัวตนของเรา 

พระพุทธศาสนาสอนคนให้อออกจากลัทธิ 3 อย่างคือ

1 . ปุพเพกตวาท  หมายถึง  แนวความเชื่อที่ศรัทธาในกรรมเก่า  ว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะกรรมเก่าของเราเอง  เลยเกิดความท้อแท้ไร้กำลังใจ

2 . อิศวรนิรมิตวาท  หมายถึง  แนวความเชื่อที่ว่า  มีเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่บันดาลวิถีชีวิตตนเองให้เป็นไปอย่างนี้  เลยชวนให้รอคอยโชคลาภไม่ต้องทำมาหากินอะไร

3 . อเหตุวาท  หมายถึง  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปต่าง ๆ ล้วนเป็นความบังเอิญสุดแล้วแต่วาสนา  เลยแล้วแต่เวรแต่กรรมไม่ต้องทำอะไร

ทั้ง 3 แนวคิดดังกล่าวมาจะไม่ทำให้คนเรามีฉันทะมีความพอใจมีความเพียรพยายามกระทำด้วยตนเอง  แท้จริงแล้ว  พุทธศาสนาให้มองกรรมเป็นกระบวนการแห่งเหตุปัจจัยทำสิ่งได้ได้ผลของสิ่งนั้นอย่างยุติธรรม.