ชีวิตที่มีเคยมีอิสระ
อิสระต่อเจ้ากิเลสที่อยากจะทำอะไร กิเลสก็พาไป พาไป และพาไป

วันนี้ต้องจัดสรรและแต้มสีให้ “ชีวิตใหม่...”
ชีวิตที่ต้องไปคนละทางกับ “กิเลส”

การจัดสรร ปันส่วนในการเติมแต่งสีที่สวนทางกับความอิสระของใจที่ไขว่คว้าตามแรงแห่งกิเลส ไม่ว่าจะแต่งเติมสีใด ก็ดูไปช่างไร้ค่า

แม้แต่สีขาวที่ดูเหมือนพร่างพราวในดวงตา ก็จักพาหลงละเมอ เพ้อพกไป

สีสันในการสรรสีกับชีวิต ความสว่างไสวแห่ง "เมตตา" นั้นเป็นสีสันอัน “บริสุทธิ์”

แสงสว่างเป็นสีอันสวยสุด เปรียบประดุจ แก้วมณี มีค่าชม

พลังแห่งความสว่างนี้ เปรียบเสมือนดั่งคบไฟที่จุดขึ้นไว้ในความมืด
ชีวิตที่มืดบอด แม้นมีเพียงแสงจากไม้ขีดก้านเล็ก ๆ ชีวิตนั้นก็จักพลันสว่างไสวขึ้นได้โดยฉับพลัน

ความเหน็ด เหนื่อย เมื่อย ล้า จากการตรากตรำ พร่ำข่มจิต สกัดใจ มิให้หลงไหลไปตามความอยากนั้นมีพลังขึ้นได้จากแสงสว่างแห่งไฟนี้

แสงไฟจากความเมตตาอันบริสุทธิ์ เปรียบประดุจน้ำทิพย์ที่หลั่งชโลมใจให้กับชีวิตที่ป่วยไข้ด้วยพิษแห่งกิเลส

ความเมตตาคือรักอันบริสุทธิ์ ที่สามารถจุดเชื้อฟืนให้เป็นพลังก้าวฟาดฟันกิเลสข้างหน้าได้

ชีวิตหนึ่ง ชีวิตนี้ จักสู้ไป ด้วยแสงไฟแห่งเมตตา
ไม่มีรักใดบริสุทธิ์ประดุจ “เมตตา...”