อีกอย่างที่ผู้สูงอายุชอบใจ และเราก็ดีใจ ก็คือ เวลาไปทำกิจกรรมวันพระ เราก็จะเอาเครื่องวัดความดันของเราไป มีหมออนามัยไปด้วย เขาไปวัดความดัน วัดก่อนแล้วเราจะให้ยืดเหยียด วัดความดันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เขาจะดีใจมาก เพราะว่า ไม่มีใครมาทำให้แบบนี้ แกจะชอบใจ และเราจะภูมิใจ แกก็จะให้พร ก็จะได้ใจผู้สูงอายุ แล้วก็จะขอแรงไปกิจกรรม ไปวัดนะ ไปประชุมอะไร เขาก็ไป ไปเลือกตั้ง ถ้าไปไหวก็ไป 80 ก็ยังไปเลือกตั้งได้

 

คุณบุญธวัช พาขุนทด จาก อบต.สำนักตะคล้อ อ.เทพารักษ์ นครราชสีมา ค่ะ เป็นกรรมการชมรมผู้สูงอายุมานาน ที่พาทำกิจกรรมให้ผู้สูงอายุทั้งตำบล ลองมาฟังเรื่องเล่าจากคุณบุญธวัชกันได้ค่ะ

ความรู้ความสามารถของคุณบุญธวัช มาจาก ได้ศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เป็นเณร เป็นพระมา ส่วนมากก็จะเจอกับผู้สูงอายุมา ตั้งแต่ที่วัด และหลายๆ ส่วน ได้รับความไว้วางใจจากผู้ทำงาน และกลุ่มที่เกษียณอายุ ได้เป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ในปี 2542-2543 ทำกิจกรรมช่วยเหลือในกลุ่มคนชั้นกลาง คนงาน ช่วงนั้นจะอยู่ที่สมุทรปราการละค่ะ

จากนั้น เป็นช่วงกิจกรรมผู้สูงอายุ ปี 2547 ได้กลับไปโคราช ไปช่วยฝ่ายปกครอง พี่เขยเป็นผู้ใหญ่บ้าน อาศัยที่ว่า เคยอยู่ทำงานเกี่ยวกับชุมชน คนมากๆ ก็เอาประสบการณ์ตรงนี้เข้าไปช่วย ขั้นแรกไปดูกิจกรรมของวัด อนามัย ที่จะทำกิจกรรม เมื่อก่อนผมยังไม่รู้ว่า อสม. เป็นยังไง เขาบอกว่า ถ้าอย่างนี้ ต้องเป็น อสม. กสค. เป็น อสว. อะไร เขาก็พูดมา เราก็นั่งฟัง

ผมเริ่มจาก เอาความรู้ที่มีอยู่ เขาจะใช้ให้ทำอะไรก็ทำ เป็นนักร้อง มือกลอง โฆษก มรรคทายก พิธีกร แข่งเรือ เอาหมดที่เขาให้ทำ เพราะว่าทำได้ ก็ทำ

ปีต่อไป ให้เป็น อสม. เขาก็ให้ทำกิจกรรม ตีกลอง ร้องเพลง เวลาจังหวัดไป สุดท้าย อ.หมอแหยงไป อสม. ทั้ง 700 คน ก็จะทำกิจกรรม ก็ได้รับตั้งเป็นประธาน อสม. หมู่บ้าน ประธาน อสม. ตำบล เป็นกรรมการบริหารกองทุนของอำเภอ ชมรม อสม. ทั้งหมด เริ่มมาจากตรงนี้

พอแกนนำตรงนี้ จึงไปในแต่ละกลุ่ม แต่ละโซน แต่ละหมู่ แต่ละคุ้ม จะมี อสม. อยู่ และ อสม. จะมีเสริมสร้างสุขภาพ ที่สาธารณสุขจัดไว้ จะต้องมีการออกกำลังกาย ต้องมีสิ่งแวดล้อมต่างๆ คือ ให้เขาออกกำลังกาย จะมีแต่แอโรบิค อสม. ก็จะเป็นผู้ชาย ผู้หญิงก็จะมีสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผมก็บอกว่า น่าจะทำให้ผู้สูงอายุมั่ง พอดีสาขาสภาผู้สูงอายุลงไป ให้จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ เพื่อจะได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพตามสภาพของผู้สูงอายุที่ทำได้ เช่น ไทเก้ก ไม้พลอง

ผมก็ว่า ถ้าอย่างนั้น อสม. ก็ทำโครงการออกกำลังกาย และมีโครงการเสริมสุขภาพให้กับผู้สูงอายุด้วย ก็จะให้เป็นโครงการออกกำลังกายแบบที่ทำได้ ไม้พลอง หรือยืดเหยียด หรืออะไรก็แล้วแต่ จึงทำโครงการให้สาธารณสุขเซ็นชื่อให้ ตำบลจะได้ไปจัดอบรมให้เหมือนกับให้ครูมาสอน ให้ อสม. ไปทำตรงนี้มาเป็นแม่แบบ และจะมาฝึก อสม. ด้วย ฝึกผู้สูงอายุด้วย

หลังจากนั้น ก็มีการฝึกกัน ถ้า อสม. ออกกำลังกาย ผู้สูงอายุก็ต้องออกกำลังกายก่อน 15 นาที โดยการยืดเหยียด ไม้พลองก่อน แล้วนั่งดู อสม. ออกกำลังกายแบบแอโรบิค หรือถ้าใครออกกำลังกายไหว ก็ให้เต้นกับลูกกับหลาน ตรงนี้ ผู้สูงอายุก็เลยบอกว่า อย่างนี้ยายก็ทำได้ ไม่ยากหรอก แกจะไปในกลุ่ม อสม. เป็นเบื้องต้น

พอทำไปแล้ว หลายคนบอก มีแค่นี้ แล้วจะมีอะไรอีก สภาผู้สูงอายุก็บอกว่า ถ้าจะตั้งชมรมผู้สูงอายุนี่ อย่างน้อย ชมรมละ 30 คน ถามว่า แล้วถ้าเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด จะทำงานอย่างไร ถึงได้ทราบว่า สมาชิกชมรมฯ เป็นวิสามัญได้ อายุ 45 ปีขึ้นไป จำนวน 1 ใน 4 ก็จะไปเป็นผู้ช่วยผู้สูงอายุได้ ก็คือ ผู้สูงอายุ 4 คน 60 ปี คนที่ 45 ปี เป็นได้คนหนึ่ง ไปอยู่ในชมรมฯ ตามระเบียบของสาขาชมรมผู้สูงอายุ เขาก็เลยตั้งขึ้นมา ทั้งหมด 17 หมู่บ้าน ตั้งได้ 10 กว่าชมรม

โดยการเชิญผู้สูงอายุ แต่ละชมรม แต่ละหมู่มาประชุม ชี้แจงว่า การของบประมาณ การช่วยเหลือให้มาดูแล ไม่ว่าจะเป็นผ่าห่ม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเข้าวัด ประเพณีต่างๆ จะต้องมีองค์กรของผู้สูงอายุเอง ในนามหมู่บ้านก็ได้ ผู้สูงอายุต้องตั้งชมรม ทำหนังสือสมัครสาขาสภา ที่จังหวัด เขาก็จะมีหนังสือตอบรับ แล้วชมรมก็ไปบริหารจัดการ ประชุมทุกปี ให้มีการเคลื่อนไหวตลอด ก็ตั้งขึ้นมาได้

พอตั้งเสร็จ ทางสาขาสภาจังหวัดผู้สูงอายุก็มีหนังสือไป ให้จัดผู้สูงอายุไปอบรม เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่วังน้ำเขียว ทำในนามตำบล เขาก็บอกว่า ต้องขยาย อำเภอจะมี 4 ตำบล 5 อนามัย ผมก็ขยายไปทั้งหมดได้ 21 ชมรม ผู้สูงอายุมีประมาณ 1,000 กว่า ยังไม่ได้ครอบคลุมผู้สูงอายุทั้งหมด

พอมีเทศบาลแล้ว ผู้สูงอายุเขาจะสามัคคีกัน เขาจะไปบริจาค กฐิน วันออกพรรษา สงกรานต์ เขาจะนุ่งขาวห่มขาว สวดมนต์เสร็จ จะบริจาคเป็นกองทุน

อีกอย่างที่ผู้สูงอายุชอบใจ และเราก็ดีใจ ก็คือ เวลาไปทำกิจกรรมวันพระ เราก็จะเอาเครื่องวัดความดันของเราไป มีหมออนามัยไปด้วย เขาไปวัดความดัน วัดก่อนแล้วเราจะให้ยืดเหยียด วัดความดันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เขาจะดีใจมาก เพราะว่า ไม่มีใครมาทำให้แบบนี้ แกจะชอบใจ และเราจะภูมิใจ แกก็จะให้พร ก็จะได้ใจผู้สูงอายุ แล้วก็จะขอแรงไปกิจกรรม ไปวัดนะ ไปประชุมอะไร เขาก็ไป ไปเลือกตั้ง ถ้าไปไหวก็ไป 80 ก็ยังไปเลือกตั้งได้

การไปให้บริการที่หมู่บ้าน จะจัด zone ละ 8 แห่ง มี 2 วัดใหญ่ วัดหนึ่งเป็นระดับอำเภอ มีรักษาการเจ้าคณะอำเภอ อีกวัดหนึ่งเป็นตำบล มีเจ้าคณะตำบล เราจะจัดเป็น zone กำหนดตารางว่า วันนี้จะออกกำลังกาย อสม. ก็จะไปเอาน้ำดื่มน้ำเย็นมารอคนแก่ก่อน เตรียมไม้พลองไปไว้ คนแก่จะไป แล้วก็พาออกกำลังกายก่อน

ต่อไปก็จะเป็นกิจกรรม อสม. และให้หมอพูดเกี่ยวกับสุขภาพ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ กินผัก กินปลา กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นประจำ ... พูดไปให้แกจำง่ายๆ ... นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำ

ที่ทำให้เกิดผลก็คือ กิจกรรมตรงนี้มันต้องทำอย่างต่อเนื่อง ถ้าคุณหมอจะลงพื้นที่ ผมจะทำตารางให้ออกมาในจุดที่ชมรมจะทำได้ ก็คือ วัดเป็นจุดแรก โรงเรียน และมี อสร. คือ นักเรียน ครูจะจัดมาให้ดูแล เกี่ยวกับจิตอาสา แกนนำออกกำลังกาย ความสะอาดของวัด เก็บขยะไปด้วย จิตอาสาไปด้วย

การที่ผมคิดทำตรงนี้ เพราะว่า ตอนนี้พ่อผมก็ 90 แล้ว แกก็ยังกินข้าวได้ ตามสภาพ คุณพ่อบอกว่า คนแก่เป็นคนขี้ใจน้อย ถ้าเราเข้าใจ และไปพูด อาศัยเหมือนกับเป็นเด็กใหม่ คนแก่ ถ้าเรามีความรู้ เข้าใกล้แก และปรับตัวก็จะเข้ากับแกได้ ไม่ให้น้อยใจ เวลามีอะไรบางครั้ง ก็ต้องนึกถึงแกเป็นหลัก เพราะว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านนี่ ลูกหลานก็ได้มาจากผู้สูงอายุ บางคนนี่ยังจักสานยังได้ ยังมีภูมิปัญญา พ่อเป็นหมอเพลงก็ยังแต่งเพลงโคราชได้ ผู้สูงอายุจะสอนมาก่อน มีความสุขที่ทำตรงนี้

ความภูมิใจ ถ้าเล่นการเมืองท้องถิ่น ผู้สูงอายุจะเป็นผู้ที่เราเข้าไปหาเป็นอันดับแรกเลย ที่แกจะมองเห็นเรา เพราะฉะนั้น คนที่ทำงานท้องถิ่น จะต้องไปดูแลผู้สูงอายุไว้ก่อนเบื้องต้น และจะได้รับความภูมิใจ แกจะมองเห็น แกจะดูว่า คนนี้ทำอะไร มีอะไร ทำกิจกรรม โรงเรียน หมู่บ้าน เขาจะมองการณ์ไกล ทำตรงนี้ ผู้สูงอายุเขาจะมีคำแนะนำ ลูกหลาน คือ ปลัดอำเภอไป เขาก็จะบอกว่า ต้องอย่างนี้ มาดูแลอย่างนี้ ... ผู้สูงอายุจะเป็นหลัก ที่จะแนะนำเกี่ยวกับการทำกิจกรรม แนะนำเรื่องอนาคต เรื่องของหมู่บ้าน เรื่องของวัด เขาจะแนะนำได้

ในการตั้งชมรมผู้สูงอายุ จะต้องชี้แจงว่า 1. การตั้งสมาชิกชมรม คนที่เก่งที่สุด และคนที่ได้รับความไว้วางใจที่สุด คือ ประธาน ประธานต้องเป็นคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ บางหมู่บ้านต้องเอาที่คนมีตังค์ด้วย มีฐานะ มีคนเชื่อถือ ถ้าประธานไม่เข้มแข็ง องค์กรจะอยู่ลำบาก คนชนบทเขามีความคิดอย่างนี้ ประธานต้องทำให้เขาเข้าใจ รู้เรื่อง ไม่งั้นเขาจะตำหนิเลย เขาจะเลือกประธานที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นผู้นำเขาได้ และพูดให้เขาเชื่อฟัง เชื่อถือ และ 2. ต้องมีเลขาฯ คนจด คนเสนอ เพราะฉะนั้น เลขาก็เลยมีคนเสนอว่า ไม่ต้องเอาผู้สูงอายุ เอาผม หรือ อสม. คนที่มีอายุ 45 ปี 50 ปี ให้เขียนหนังสือเก่ง เสนอเก่ง ทำโครงการเก่ง ผู้สูงอายุเล่ามาเฉยๆ เอ้า พ่อเล่ามา แม่เล่ามา แบบไหน พอทำโครงการเสร็จ ก็ไปเชิญผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ให้มาเป็นสมาชิกด้วย นี่คือ จุดที่เราจะต้องมีในกลุ่ม

ผมจะเป็นเลขาฯ อำเภอ แต่ในหมู่บ้าน จะเป็นนายทะเบียน หรือไม่ก็ประชาสัมพันธ์ เขาจะจัด หรือไม่ก็เป็นที่ปรึกษาของชมรมของแต่ละหมู่บ้าน เจ้าอาวาสเป็นที่ปรึกษา ข้าราชการครูที่เกษียณ คุณหมอสถานีอนามัย สาธารณสุข นายอำเภอ นายก อบต. เราก็เขียนไปเลย 4-5 คน

พอตั้งชมรมเสร็จ ก็ทำเล่มเลยว่า ชมรมนี้มีใครเป็นประธาน มีสมาชิกกี่คน เป็นสมาชิกสาขาสภาจังหวัดหรือยัง ตอบรับหรือยัง ทำเล่มให้นายอำเภอเล่มหนึ่ง ให้ อบต. เล่มหนึ่ง ให้สาธารณสุขเล่มหนึ่ง พอเรามีโครงการผู้สูงอายุมาทีหนึ่ง ทางสาธารณสุขบอกให้ทำโครงการไป เพื่อที่จะได้พาไปพักผ่อน เราก็ทำหนังสือถึง อบต. เขาก็จะดูว่า ชมรมนี้มีหรือยังเพราะว่าเราทำหนังสือถึงปลัดแล้ว ก็จะมี เขาทำแล้ว เขาลงทะเบียนไว้แล้ว เขาส่งเล่มมา

การทำตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่เราจะเริ่มตั้งชมรมผู้สูงอายุอย่างมีรูปธรรม ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาแล้วตั้งเฉยๆ แล้วก็หายไป ตั้งแล้วก็ทำเล่มชมรม ตอนนี้เล่มอยู่ในสาธารณสุข ทุกชมรมก็จะมีเล่มหมดเลย

ชมรมผู้สูงอายุก็จะมีแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 1. พึ่งตัวเองได้ 2. ต้องอาศัยความช่วยเหลือ 3. ต้องบริจาคและต้องหา ... การขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุก็จะมีผ่านชมรมผู้สูงอายุ แกนของผู้สูงอายุ อสม. ประสานกับ สอ. สาธารณสุขอำเภอ สถานีอนามัย กสค. ในหมู่บ้าน อสร. ... ที่นี่จะเน้นตรงๆ กับผู้สูงอายุ จะไม่กระจาย จะอาศัยแกนนำ อสม. เป็นตัวหลัก และให้ กสค. ในหมู่บ้าน ประสานผู้สูงอายุอีกทีหนึ่ง

ตอนนี้ผมทำกิจกรรมดนตรีบำบัด อบต. เขาตั้งมาว่า ปีนี้จะให้ชมรมผู้สูงอายุประมาณ ปี 51 ให้งบประมาณ ผมก็ตั้งเขียนโครงการดนตรีบำบัด วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ต้องเขียนรายละเอียด ก็คือ จะให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่จะเป็นผู้สูงอายุ ได้เข้าร่วมกิจกรรมดนตรีบำบัด คือ ดนตรีไทยพื้นบ้าน จะมี ระนาด ฆ้อง กลอง เวลาเขาจะไปออกกำลังกาย เขาก็จะไปตีก่อน ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านก่อน คนที่ตีระนาดเป็น เล่นดนตรีไทยเป็น เสร็จแล้วก็จะใช้ดนตรีนี้ เป็นดนตรีให้ผู้สูงอายุรำวง หรือออกกำลังกาย

ผมเป็นคนเขียนโครงการจ คิดกันกับประธานชมรมฯ ว่าจะใช้ดนตรีแบบไหน โครงการนี้ทำในนามของตำบล คือ เอาทั้ง 15 หมู่บ้านได้ร่วมกิจกรรมหมด พอได้โครงการนี้มา ได้ดนตรีบำบัด ดนตรีไทย มา ก็ทำตารางเลยว่า 15-16 หมู่บ้าน เราจะเอาหมู่ไหน โซนไหน และจะเอาผู้สูงอายุมาออกกำลังกาย มาฟังภูมิปัญญาผู้สูงอายุก่อนว่า เขาเล่นดนตรีไทยเป็นอย่างไร

ผู้สูงอายุก็จะเล่นเป็น แต่หาเครื่องเล่นไม่ได้ เพราะราคาค่อนข้างสูง ก็ออกปากให้หาให้ พอเอามาให้ แกก็ตีได้ ซึ่งก็ต้องใช้เทคนิควิธีการไปหาซื้อมาให้จนได้ บางครั้งถ้าเราทำประโยชน์ให้ผู้สูงอายุได้ แกก็จะดีใจ

มีชมรมหนึ่งของตำบลหนึ่ง คิดเรื่องการออกกำลังกาย และการตั้งฌาปนกิจด้วยตนเอง ไม่เคยมีเลยในอำเภอ เก็บคนละ 50 หรือ 100 และจะตั้งเป็นกองทุน จากการทำเป็นผ้าป่าให้ชมรมผู้สูงอายุ และตั้งไว้เลยว่า คนเฒ่าคนแก่ตาย จะต้องมีตังค์เท่าไร ศพละเท่าไร และที่ขาดไม่ได้ คือ จะมีการออกกำลังกาย มีกิจกรรมทุกปีวันที่ 13 เมษายน วันสงกรานต์ จะมีการประชุม และทำกิจกรรม ทำไม่ขาด

นอกจากนั้น แกจะจัดเป็นอาทิตย์ พาคนที่อายุ 60 ปี 80 ปี วิ่ง มีประมาณ 40 คน ในตำบลนั้นวิ่งออกกำลังกาย ไป-กลับ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ

มีการไปทำกิจกรรมที่วังน้ำเขียว คนแก่ชอบมาก แต่ที่ขาดไม่ได้ ต้องมีกลอง ฉิ่งฉาบ ให้คนแก่ร้องเพลง และตีกลอง ไปถึงก็เข้าซักประวัติก็เล่าเรื่องกัน บางคนก็ร้องไห้ เพราะว่าตั้งแต่แก่มา ไม่เคยมาทำอย่างนี้ให้ มีหมอ มีใครมาตรวจสุขภาพ มีกายภาพบำบัด พอซักประวัติเสร็จ 60 คนนี่ ชุดละ 10 จำนวน 6 ชุด ซักประวัติที่ห้องประชุม ชุดที่ 2 ลงไปนวดแผนไทย ชุดที่ 3 เข้าตรวจสุขภาพ วัดความดัน

ช่วงหลัง อบต. สนับสนุนโครงการ บอกว่าจะให้เบี้ยยังชีพ บอกว่าจะให้ 100%

โครงการดนตรีบำบัด ได้ส่งประกวดโครงการผู้สูงอายุที่โคราช เป็นดนตรี ให้คนแก่ตี และรำได้ คนแก่สามารถใช้ตรงนี้ได้ ได้ตีระนาด และออกกำลังกาย ... ดนตรีนี้ก็ได้ไปช่วยงานกิจกรรมผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุมีงานประเพณี ก็จะเอาชุดบำบัดนี้ละไปเล่นให้ฟรี จะได้มีการออกกำลังกาย รำวง ชาวบ้าน เป็นการยืดเส้นยืดสายไปในตัว และช่วยงานศาสนา วัดไปด้วย

ให้ผู้สูงอายุหัดดนตรีไทยให้กับเด็กนักเรียน มีโครงการผู้สูงอายุสอนภูมิปัญญาให้กับลูกหลาน กำลังหาที่เป็นโรงเรือนให้มีดนตรีไทยประจำ อาจเป็นวันศุกร์ หรือเสาร์ จะกำหนด ให้ลูกๆ นักเรียน

สุขภาพของผู้สูงอายุ ถ้าเกี่ยวกับชุมชนในตอนนี้ ที่ผมไปทำกิจกรรมตรงนี้ มีการยืดเหยียด มีการไปหาหมอ ไม่ค่อยมีการป่วยออดๆ แอดๆ ผู้สูงอายุที่นอนอยู่บ้าน ตอนนี้หายแล้ว ผมลงพื้นที่ไม่ค่อยมี นอกจากจะไปล้ม เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และเราจะแนะนำเรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ เบาหวาน กับความดันในผู้สูงอายุ ถ้าเป็นอันนี้ก็จะลำบาก

ผมทำโครงการดูแลผู้พิการ และผู้สูงอายุอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วย ก็มีการยกกลุ่มกันไปเยี่ยม ทั้งๆ เมื่อก่อน เขาก็บอกว่า ไม่เคยมีใครมาหากูเลย นี่ อสม. ก็ไป เขาก็มีโครงการ ก็บอกว่า ไอ้พวกนี้มันดี ไปดู ไปถ่ายรูป ไปนวด อสม. จะเป็นหลัก ถาม ตา ไปดูหมู่กันมั๊ย นอนนานแล้ว ตาก็บอกว่า ก็ว่าจะไปดูกันตั้งนานแล้ว ก็เป็นห่วง เอื้ออาทรกัน เป็นการไปพูดคุยให้กำลังใจกัน ในการดูแลรักษาให้ อสม. กับหมออนามัยแนะนำ เป็นการบูรณาการเป็นทีม ... จะมีข้อตกลงในชมรมว่า ผู้สูงอายุในชมรมถ้ามีใครเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องรวมกันไปเยี่ยม

จะเห็นได้ง่าย คือ เรื่องเกี่ยวกับศาสนา กับการตาย เขาจะนึก 2 อย่าง เวลาที่มีงานบุญ งานอะไร ถ้าไปพร้อมกัน หรือถ้ามีสามัคคีร่วมบริจาคกัน เหล่านี้ เขาจะรักกัน

เขาจะมีโครงการวัดปลอดเหล้า แกก็จะพูดถึงว่า ต่อไปเวลาทำบุญที่วัด ทำไปงานศพ หรืออะไรก็แล้ว ห้ามเอาเหล้าเข้าไป นุ่งขาวห่มขาวไป

มีโครงการดูเลเรื่องผู้พิการ จะมีทีมงานดูแลตอนที่อบรม ภารกิจที่มอบหมาย มันติดอยู่ที่งบประมาณ ว่า แต่ละปีต้องทำงบประมาณต่อเนื่อง ถ้าทำงบประมาณได้ เข้าใจ ก็จะทำได้ สปสช. จะมีงบให้ใน
การดูแลเรื่องผู้พิการ โดยต้องเอามาเป็นงบประมาณอบรมผู้ที่จะดูแล คือ ตัว อสม. กับหมออนามัย ... การขอเงินภาครัฐ ก็ต้องมีกลุ่ม มีองค์กร เหมือน อสม. ตอนนี้ จะทำก็ต้องมีกลุ่ม

เรื่องคนแก่ ผมใฝ่ฝันอยากจะให้มี "ศูนย์ผู้สูงอายุ" ในอำเภอ เหมือนที่อำเภอวังน้ำเขียว ให้มีกิจกรรมให้ทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ อาจเป็นผู้ด้อยโอกาส หรือทำเพื่อสุขภาพ อยากทำให้คนแก่ไปประชุมกันได้ พักผ่อน ปฏิบัติธรรม ... ถ้าไม่ได้จริงๆ ผมจะของบ อบต. สร้างในหมู่บ้าน ทำเป็นชมรมของหมู่บ้าน บูรณาการกันแต่ในหมู่บ้าน

รวมเรื่อง ร่วมปฏิบัติภารกิจกับ สพช.