2-3 วันนี้เป็นอีกช่วงที่ชีพจรลงเท้า ทั้งๆที่เป็นคนไม่ชอบการเดินทางเอาเสียเลย ครั้งนี้มาร่วมงานสัมมนา Olympus Chemistry User Meeting ครั้งที่ 7 ของบริษัท E for L International จำกัด (เป็นครั้งแรกของเราที่ได้มาร่วมงานกับบริษัทนี้ เช่นเดียวกับงานของบริษัท Roche Diagnistics เมื่อต้นเดือน) ต้องบอกว่าเป็นการถามความเห็นแกมบังคับจากหัวหน้าให้มางานนี้พร้อมกับคุณถวิลและน้องเพ็ญแ สิ่งจูงใจนอกจากหัวข้อที่เขายกมาเป็นบทบรรยายแล้ว อีกอย่างก็คือบริษัทจัดงานนี้ที่เขาค้อ เป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ที่เคยคิดอยากไป ก็เลยตกปากรับคำไป จึงมีอันให้ต้องเดินทางกันอีกเป็นครั้งที่ 2 ของเดือนนี้

เดินทางจากกรุงเทพกันด้วยรสบัสขนาดใหญ่หลายคัน ประกอบด้วยผู้ใช้เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติตระกูล AU ของ Olympus ทั่วประเทศ ซึ่งจากการฟังรายงานวันนี้จากคุณไกรสร วรฤทธินภา ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท ซึ่งท่านบอกว่าท่านก็จบเทคนิคการแพทย์ รหัส 18 และดูเหมือนจะบริหารบริษัทแบบเป็นกันเองเหลือเกิน จากสิ่งที่ท่านพูด รู้สึกได้ว่าท่านขอบคุณผู้ใช้บริการได้อย่างจริงใจมากๆ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ท่านจัดแบบที่ต้องเดินทางกันยาวนานขนาดนี้ แต่ท่านก็มีเหตุผล (เหมือนเราเลย) ว่าอยากมาเขาค้อเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วด้วยและพอมาเห็นแล้วก็อยากให้สมาชิกได้มาเห็นบ้างว่า เมืองไทยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไม่แพ้ต่างประเทศเลย (เห็นด้วยไปแล้วจากบรรยากาศที่ได้พบเห็นรอบๆตัวยามนี้)

ฟังจากการรายงานวันนี้ถึงการเจริญเติบโตของปริมาณการใช้เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติในตระกูล AU ของ Olympus ในบ้านเราซึ่งถึงปีนี้มีทั่วประเทศแล้วเกือบ 200 เครื่อง ในขณะที่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในย่านนี้แล้วมากกว่าอันดับสอง คือที่ประเทศมาเลเซียกว่า 2 เท่าอีก ก็ถือว่าเป็นการขยายตลาดผู้ใช้ได้อย่างน่าทึ่ง และน่าชื่นชมที่บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ใช้เครื่องที่มีผล External QC จากม.มหิดลติด 30 อันดับแรกของประเทศติดต่อกัน ซึ่งถือได้ว่ามีมาตรฐานการตรวจวัดที่ดีเยี่ยม โดยนำมาประกาศชื่อและให้รางวัลสมนาคุณกับแล็บนั้นๆ

ส่วนการบรรยายวันนี้เป็นเรื่อง "Update on Cardiac Biomarker" โดยนักเทคนิคการแพทย์อีกเช่นกัน แต่ท่านศึกษาต่อจนจบเอกด้าน Molecular Genetic มา คือ ศ.ดร.ชาตรี เศรษฐเสถียร ถือได้ว่าเป็นการบรรยายที่คุ้มค่าอีกรายการหนึ่ง มีรูปและเรื่องราวที่จะขอเก็บมาฝากกันครั้งต่อๆไปเกี่ยวกับลักษณะของหลอดเลือดที่มีความผิดปกติจนก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา เชื่อว่าดูแล้ว อ่านแล้ว หลายๆท่านก็น่าจะได้เห็นภาพว่า ทำไมเราจึงควรช่วยกันดูแลตัวเองอย่าให้เกิดภัยเงียบแบบนี้ในหลอดเลือด (โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง)

สิ่งที่ติดใจวันนี้ และอยากเอามาบันทึกไว้ ก็คือชื่อหัวข้อนี่แหละค่ะ อาจารย์ท่านบอกว่ามีโปรเฟสเซอร์ที่ท่านรู้จักบอกไว้ว่า "โรคหัวใจนั้นไม่มีหรอก" ฟังแล้วก็เห็นจริงนะคะ โดยเฉพาะถ้าในความหมายที่เราใช้ๆกันในปัจจุบัน เพราะเป็นโรคที่เกิดจากสิ่งที่แวดล้อมหัวใจอยู่ทั้งนั้นเลยไม่ได้เกิดจากตัวหัวใจเองสักหน่อย ว่าไปแล้วเป็นอันตรายที่ก่อตัวได้ตั้งแต่วัยเด็กกันเลยทีเดียว แต่เป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็น แต่หากเรามีกรรมพันธุ์ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหรือเพิ่มปัจจัยที่ก่อโรคทั้งหลายกันเร็วมากเท่าไหร่ด้วย อาการก็จะมาเร็วเท่านั้น การบรรยายวันนี้บอกเล่าให้ฟังถึงสารต่างๆที่เราอาจจะตรวจพบได้ในแต่ละระยะของการดำเนินไปของภัยเงียบในหลอดเลือดเหล่านี้ ซึ่งต่อๆไปหากเราสามารถตรวจกันได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เราจะได้เตือนกันให้เห็นได้ชัดๆเป็นรูปธรรมได้ ไม่ต้องรอจนเกิดอาการเจ็บหน้าอกเพราะหัวใจขาดเลือด หรือมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายกันเสียก่อนเหมือนในปัจจุบัน

เอามาฝากกันไว้สักหนึ่งบันทึกก่อน เพื่อเตือนตัวเองว่ายังมีอีกเรื่องเกี่ยวกับงานนี้ที่อยากเขียน แล้วค่อยมาเล่าต่อทีหลัง มาเขียนบันทึกนี้แล้วทำให้นึกได้ด้วยว่า ยังไม่ได้เขียนบันทึกความประทับใจจากการเดินทางในงานครั้งที่แล้วเลย มีหลักฐานอยู่ไม่ลืมแน่เลย