หากเราย้อนดูอดีตเราจะพบว่ามุสลิมเป็นประชาชาติต้นแบบที่ใคร ๆ ก็ต้องการเอาอย่างจนทำให้เราภาคภูมิใจกับอดีตที่รุ่งโรจน์ของบรรพบุรุษของเราอย่างไม่เสื่อมคลาย แต่เมื่อมองปัจจุบันเราจะสัมผัสกับความเจ็บปวดของสังคมมุสลิม ครอบครัวแตกแยก คุณภาพการศึกษาตกต่ำ เยาวชนถูกมอมเมาด้วยสิ่งเสพติด และชู้สาว ผู้ใหญ่หลงระเริงกับวัตถุปัจจัย เกียรติยศและชื่อเสียง เศรษฐกิจต้องพึ่งพาระบอบดอกเบี้ย ไม่มีอำนาจทางการเมือง สังคมมุสลิมยังมีหวังกับอนาคตที่แสนไกลว่าสักวันหนึ่งความรุ่งโรจน์จะกลับมา แล้วความหวังของสังคมมุสลิมอยู่ที่ไหน ยังต้องรอคอยอนาคตอีกนานเท่าใด หลาย ๆ คนอาจจะฝันถึงสังคมที่ตนเองแอบฝัน ผมคือคน ๆ หนึ่งจากจำนวนคนช่างฝันเหล่านั้น ผมกำลังเฝ้ามองหาคนพันธุ์ใหม่ที่คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมมุสลิมในบ้านเรา วันนี้ผมจึงพยายามวาดฝันว่ามุสลิมพันธุ์ใหม่ที่โลกรอจะมีลักษณะเช่นใด เพื่อให้เห็นภาพของมุสลิมพันธุ์ใหม่ที่ชัดเจน ผมจึงได้หลับตานึกถึงมุสลิมเดิม ๆ ซึ่งผมเรียกมุสลิมประเภทนี้ว่า Muslim ดั้งเดิม ซึ่งมี ลักษณะ ดังนี้
Muslim ดั้งเดิม
M : Margin : เป็นคนชายขอบ หรือ ส่วนเกินของสังคมที่ใคร ๆ ก็ไม่ปรารถนา
U : Unable : บุคคลที่ไร้ความสามารถ และ
: Undergrowth : เป็นต้นไม้เล็กที่เกิดใต้ต้นไม้ใหญ่ ในที่นี้ หมายถึง เป็นบุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจของคนอื่นเท่านั้น ไม่สามารถที่จะเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า
S : Stupid : เป็นคนโง่ ได้รับการศึกษาน้อย และเป็นการศึกษาที่ด้อยคุณภาพ ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง
L : Lazy : นอกจากโง่แล้วยังขี้เกียจอีกต่างหาก
I : Insolent : เป็นคนที่หยาบคาย อวดดี อวดเก่ง และ
: Invalid : เป็นคนไม่เที่ยงตรง ไม่มีเหตุผล ความคิดความอ่านไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของความจริง หรือองค์ความรู้ แต่วางอยู่บนจินตนาการและความเพ้อฝันเท่านั้น
M : Medley : ผสมปนเปกันระหว่างอิสลามที่บริสุทธิ์กับหลักความเชื่อที่งมงาย วัฒนธรรมที่สูงส่ง สูงค่า ถูกปนเปื้อนกับวัฒนธรรมที่ต่ำต้อยไร้ค่า จนอัตลักษณ์ของตนเองต้องสูญสิ้น
สังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ก็ด้วยการเปลี่ยนแปลงคนซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญของสังคม ดร.ยูซุฟ กอรฎอวีย์ ได้จำแนกคนมุสลิมออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1.กลุ่มที่ยอมรับและมีความคาดหวังอย่างสูงต่อลัทธิโลกาภิวัตน์ พวกเขาคือ กลุ่มคนที่ว่ายน้ำบนกลีบเมฆ และดำเนินธุรกิจแบบไร้พรมแดน กล่าวคือ เป็นกลุ่มคนที่ไร้จุดยืนหรือขาดความเป็นตัวของตัวเอง ดั่งที่ท่านศาสนดาได้กล่าวว่า “พวกเหล่านี้จะก้าวตามกลุ่มคนอื่นคืบต่อคืบ ศอกต่อศอก วาต่อวา เมื่อเขาเข้ารูแย้พวกเขาก็จะตามเข้าไปในรูแย้เช่นเดียวกัน ...”
2.กลุ่มที่ต้องการหลีกหนีจากการเผชิญหน้าและมีความรู้สึกว่าเพียงพอกับการดำรงอยู่ และ กรอบความคิดของตน บางที พวกนี้ไม่รู้ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง ด้วยซ้ำไป คนกลุ่มนี้มักปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้ปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิทธิมนุษยชนและอื่น ๆ กลุ่มนี้ไม่กล้าเผชิญหน้าและคบค้ากับกลุ่มบุคคลอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านี้ คือ กลุ่มอนุรักษ์นิยม และ จารีตนิยม ซึ่งมักมีทัศนะต่อต้านกับปรากฎการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
3. กลุ่มที่มีแนวคิดสายกลาง คือ กลุ่ม ที่มีแนวคิดเปิดกว้างต่อกระแสโลกาภิวัตน์ และมีท่าทีที่ระมัดระวังตัวและพร้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์ กลุ่มมุสลิมพวกนี้จะมีทัศนคติเป็นของตนเองและภาคภูมิใจในเอกลักษณ์แห่งมุสลิม สำนึกต่อพันธกิจและยึดมั่นในศาสนาที่ตนเองนับถือ เชื่อในความเป็นสากลนิยม และอารยธรรมแห่งประชาชาติ มุสลิมกลุ่มนี้ จะไม่หลีกหนีจากกระแสการเผชิญหน้าทุกรูปแบบ และกล้าที่จะสนทนาแลกเปลี่ยน(Dialoque) ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดอย่างสันติกับทุกกลุ่มของลัทธิโลกาภิวัฒน์ ซึ่งแน่นอนที่สุด พวกนี้มีทัศนะที่เปิดกว้างและมีจุดยืนที่เข้มแข็ง ปราศจากแนวคิดที่สุดขั้วหรือตกขอบ ผมจึงได้มโนภาพของคนกลุ่มที่ 3 ว่าเขาคือ มุสลิมพันธุ์ใหม่ที่โลกรอคอย ซึ่งควรมีลักษณะ ดังนี้
Muslim พันธุ์ใหม่ที่โลกรอ
M : Mankind : เป็นบุคคลที่มีความคิด มีวิสัยทัศน์ เพื่อยกระดับอุมมะฮฺ
U : Unity : มีความคิด ความเข้าใจ และมีความสามารถในการสร้างเอกภาพให้อุมมะฮฺ หลีกเลี่ยงหนทางที่จะนำไปสู่ความแตกแยก เดินทางสายกลาง ไม่สุดกู่ มีความรู้ความเข้าใจในความหลากหลายของอุมมะฮฺ มองเห็นความหลากหลายเป็นความสวยงามของอุมมะฮฺ เสมือนหนึ่ง ความหลากหลายของพันธุ์ไม้ที่เป็นเสน่ห์ของสวนรุกข์ชาติ
: Utility : เป็นบุคคลที่มีอรรถประโยชน์ สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้คนได้อย่างไม่ย่อท้อ รักการช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน จะเป็นเช่นนี้ได้ เขาเหล่านั้นจะต้องมีลักษณะ ดังนี้
S : Soft & Safe : เป็นบุคคลที่อ่อนโยน มีกริยามารยาทที่ดีงาม เป็นบุคคลที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่บุคคลอื่น และบุคคลอื่นรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่อได้ปฏิสัมพันธ์กับเขา
: Scholar : ผู้คงแก่เรียน มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านใดด้านหนึ่ง ประกอบกับมีความรู้ความเข้าใจอิสลามเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต และที่สำคัญ เป็นบุคคลที่ใช้อิสลามเป็นฐานของความคิดในทุก ๆ ด้านของชีวิติ
L : Learning Man : เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ รักและชอบที่จะเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีความสุขเมื่อตนเองได้รับการพัฒนาหลังจากได้เรียนรู้
I : Interest : เป็นบุคคลที่น่าสนใจ ในตัวของเขามีอะไรหลายอย่างที่น่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็นความคิด บุคลิกภาพ พฤติกรรม ฯลฯ
: Intellectual : เป็นบุคคลที่มีความเฉียวฉลาดหลักแหลม มีปัญญาไหวพริบดี
: Integrate : เป็นบุคคลลที่บูรณาการอิสลามกับองค์ความรู้อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี หรือเรียกว่า Islamization of knowledge นอกจากนั้นเขายังเป็นบุคคลที่มีความคิดเชิงบูรณาการ สามารถเชื่อมโยงหรือหลอมรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวได้
: Ibadization : เป็นบุคคลที่ทำให้วิถีชีวิตของเขาเป็นอิบาดะฮฺ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือหน้าที่การงานของเขาจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นอิบาดะฮฺทั้งสิ้น
: International : ในท่ามกลางกระแสของสังคมโลกาภิวัตน์ สังคมต้องการคนที่มีความเป็นสากล มีความสามารถและทักษะที่จำเป็นในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ นั่นคือ มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างอย่างน้อย 3 ภาษา นั่นคือ ภาษาอาหรับ , ภาษาอาหรับ และภาษาของตนเอง นอกจากนั่นเขายังต้องมีความสามารถในการใช้สื่อสารสนเทศ (IT)
: Identity : แต่ความเป็นสากลของเขาต้องไม่ทำลายความเป็นตัวตนของของเอง เขาต้องไม่ทำลายอัตลักษณ์ของตนเอง รักและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของตนเอง นั่นคือ เขาต้องสามารถรักษาอัตลักษณ์ของตนเองได้
M : Magnanimity : เป็นบุคคลที่มีความใจกว้าง ไม่ผูกใจเจ็บ ชอบให้อภัยแกผู้อื่น ลักษณะเช่นนี้ทำให้เขาเป็นคนที่มีความคิด ทัศนคติ ที่กว้างขวาง และมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ไม่มีความแค้น ไม่มีฐิติมาเป็นกำแพงขวางกั้น
: Movement : เป็นคนที่เคลื่อนไหวเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง นั่นคือ การยกระดับอุมมะฮฺและแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น
หากคนในสังคมหยุดนิ่งมีทัศนคติที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เท่ากับว่าคนเหล่านั้นกำลังเดินถอยหลัง เพราะสังคมจะเดินไปข้างหน้าโดยมีแบบแผนและมีทิศทางอย่างไม่หยุดยั้ง โดยที่เขาหารู้ตัวไม่ว่าเขากำลังเดินถอยห่างออกจากสังคม ยิ่งวัน....ยิ่งห่าง ยิ่งวัน....ยิ่งห่าง และในที่สุดสังคมมุสลิมก็ยิ่งเพิ่มปริมาณคนชายขอบที่สังคมไม่พึงปรารถนาขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และในที่สุดสังคมมุสลิมก็จะล้าหลัง ขาดการยอมรับจากประชาคมโลก ไม่มีพลังที่จะต่อรอง และสร้างสรรค์สังคมอีกต่อไป เราจะปล่อยให้ช่องว่างระหว่างสังคมโลกกับสังคมมุสลิมเพิ่มมากขึ้น หรือว่าเราจะเริ่มต้นในการเติมเต็มเพื่ออุดช่องว่างตรงนั้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณ คือ หนึ่งในจำนวนมุสลิมพันธุ์ใหม่ที่โลกรอ และปริมาณของมุสลิมพันธุ์ที่โลกรอจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด
อัสลามูอาลัยกุม
เพิ่งรู้จักบล็อกของบัง แวะมาเยี่ยมเยียนครับ