นายกฯ สั่งคลังปรับโครงสร้างภาษีอุ้มภาคธุรกิจ เตรียมใช้แพ็กเกจในปีหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านเอกชนเสนอลดภาษี 5 เรื่อง "โอฬาร" ให้เอกชนสำรวจ 10 จังหวัดเป้าหมายลอยแพแรงงาน พร้อมเตรียม 4 แผนรองรับ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่าภาคเอกชนได้เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการทางภาษี เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จึงให้กระทรวงการคลังจะรับไปดำเนินการปรับโครงสร้างภาษีเป็นแพ็กเกจ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เสนอแพ็กเกจภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 25% 2.การเพิ่มการหักค่าลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา และขยายฐานภาษีโดยผู้มีเงินได้สุทธิไม่เกิน 2 แสนบาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี 3.การหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ลดลงจาก 3% เหลือ 1% 4.การยกเว้นภาษีกรณีการปรับโครงสร้างหนี้ และ 5.เสนอให้กระทรวงการคลังการต่ออายุมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุในเดือนมีนาคม 2551 นอกจากนี้ ได้หารือถึงการใช้จ่ายงบกลางปี ซึ่งต้องกระจายไปทั่วประเทศ แก้ปัญหาคำสั่งซื้อจากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งช่วยเหลือแรงงานตกงานด้วย โดยเฉพาะในธุรกิจท่องเที่ยว เอสเอ็มอี และธุรกิจที่ต้องอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
แหล่งข่าวจากที่ประชุม กรอ. กล่าวว่า ดร.โอฬารได้เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ สั่งหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก โดยจะแก้ปัญหาสภาพคล่องให้เข้าถึงแหล่งทุนสำหรับกิจการที่มีประวัติดี เพื่อให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยกู้ ส่วนการช่วยเหลือแรงงานมี 4 ทางเลือก ได้แก่ 1.แมทชิ่งแรงงานในจังหวัดเดียวกัน 2.ฝึกอบรมแรงงานให้มีทักษะในอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานเพิ่ม 3.หากแรงงานสมัครใจเปลี่ยนอาชีพ ให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จัดฝึกอบรมอาชีพตามความต้องการของแรงงาน และ4.ให้สถานประกอบการคงจ้างงานไว้ โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย
คม ชัด ลึก 21 พฤศจิกายน 2551