วันที่ 19 ธันวาคม 2551
วันนี้เป็นรอบที่ 2 ของผาสุก ซึ่งทางพี่คเนศวร ได้นัดให้ผมไปเป็นวิทยากรผู้ดำเนินการ ซึ่งวันนี้ค่อนข้างจะออกสายหน่อย เนื่องจากพี่เขาต้องไปเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งพอไปถึงผมได้เอาข้อมูลที่พี่นวลได้สำรวจเบื้องต้นและผมได้นำมาจัดรูปแบบใส่ไว้ในระบบฐานข้อมูล มีหมอพื้นบ้าน ต่อไปจะเรียกว่า หมอ(พ่อ)ใหญ่ อยู่ 30 คน มีวิธีการรักษาโรคในชุมชนอยู่ 50 วิธี วิธีการที่ใช้ เป็นการเป่า 30 วิธี , ใช้ยาสมุนไพร 16 วิธี ใช้การนวด 3 วิธี , ใช้หมอตำแย 1 วิธี 28 กลุ่มอาการ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่ต้องปรับปรุงเนื่องจากยังขาดความสมบูรณ์ และก่อนที่จะเข้ากลุ่มกันก็ได้คุยทำความเข้าใจในมุมมองของผมเอง มองว่า ผู้อำนวยการสร้าง / ผู้กำกับการแสดงคือพี่คเนศวร มีตัวเอก หลักของเรื่องคือพ่อหมอใหญ่ ตัวประกอบหรือผู้ช่วยพระเอกคือพี่นวลและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คนนี้ต้องเก่งหน่อย ต้องรู้รอบเพื่อจะได้พาพระเอกไปต่อได้จนจบเรื่อง ซึ่งพี่นวลก็ทำได้ค่อนข้างดี ส่วนผมเองเป็นดารารับเชิญ นานๆจะได้มาทีหนึ่ง (ซึ่งพอเริ่มการประชุมก็มีคนสงสัยว่าผมไว้เคราทำใม ผมบอกว่าผมจะไว้เผื่อว่าเจอกันเที่ยวหน้าจะได้วัดว่ามันยาวขึ้นอีกเท่าไร ฮา) ก็เปิดการคุยกันบรรยาการศดีครับ ทุกคนมีส่วนออกความคิดเห็น ที่พูดมากหน่อยเห็นจะเป็นพ่อออน ซึ่งคราวที่แล้วไม่ได้เห็นกัน แม้ว่าคราวนี้จะมาน้อยแต่ก็แบบแค่น ๆ นะครับ ภาษาส่วนตัวบ้านผมหมายถึงว่าเป็นแก่นเป็นแกน มีพ่อเจริญ (ประธานอสม. และหมวกอีกหลายใบ) มีพี่ศุภชัย คนนี้ยังไม่แก่มากเลยเรียกพี่ เป็น ผช.ผญบ. (ตัวย่อเยอะดีมั้ย) พ่อประเสริฐ พ่อดำริ คนนี้หมอยา เป็นคนที่แนะนำว่าน่าจะลองไปสำรวจป่าตรงไหนดี พ่อชวน คนนี้ยิ้มตลอด อยากฟังมาก ประมาณว่าตั้งใจ เราเริ่มคุยกันเวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง ตอนที่เดินขึ้นไปเสียงพ่อออนกำลังโสกันกับพ่อเจริญดังพอสมควร เป็นเรื่องการเก็บข้อมูลคนไข้ที่มาหาเพื่อจะได้มีหลักมีฐาน บทสรุปจากการคุยกันก็เริ่มต้นที่ทบทวนเป้าหมายเดิมโดยเพิ่มความเป็นเจ้าของเข้าไป ได้ออกมาเป็น “หมอพื้นบ้าน ต.ผาสุก ได้ช่วยเหลือชุมชนอย่างมีศักดิ์ศรี” คำว่าศักดิ์ศรีนี่แหละ เป็นหัวใจที่จะให้คิดต่อว่าถ้าจะเป็นอย่างนั้นนะเราต้องทำอะไร และใครทำ ก็เลยให้ลองคุยกันเรื่องแกนนำ แกนทำนี่แหละ ได้พ่อเจริญ บุญทัน เป็นประธาน ตอนแรกว่าจะให้พ่อออน แต่พ่อออน บอกว่าไม่คุ้นไมค์ ประมาณว่าขอเป็นเสนาเหมือนพ่อเคนที่หนองหว้า รองประธานเป็นพ่อดำริ โพธิสัตย์ เลขา คือ พี่ศุภชัย ผู้ช่วยเลขา คือ พ่อชวน ฝ่ายทะเบียนสมาชิก กับ ฝ่ายสำรวจภูมิปัญญายังไม่ได้ข้อสรุป
เรื่องของชื่อทีม ก็เป็นหัวใจอีกดวงหนึ่ง หลังจากได้ทีมงานแล้วผมก็เลยเขียนชื่อกลุ่มเปล่า ๆ ไว้ก่อน ก็ได้พี่ศุภชัยเสนอว่า น่าจะชื่อกลุ่มอนุรักษ์ยาสมุนไพรตำบลผาสุก และช่วยกันตบแต่งจนได้ชื่อว่า “กลุ่มอนุรักษ์ยาสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลผาสุก” โดยมีภารกิจคือ
1.ให้มีการคุยกันทุกวันจันทร์แรกของเดือน
2.เปลี่ยนคณะทำงานทุก 2 ปี
3.สำรวจภูมิปัญญา (หมอใหญ่ ตำรา ป่าสมุนไพร) ให้ครบทุกหมู่บ้าน
4.เข้าเวทีหมู่บ้าน ตำบล เพื่อแนะนำกลุ่มและนำเสนอความก้าวหน้าของกลุ่มเป็นประจำ
5.จัดเวทีตลาดนัดหมอใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนมีนาคมของทุกปี
ทุกคนเริ่มเห็น เริ่มยิ้มกัน แต่พ่อออนยังกังวลว่าจะเล่นเฮือนน้อยหรือเปล่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องคอยดูกันต่อไป ก่อนจบเวทีนั้นนัดกันว่าคงต้องไปสำรวจป่าสมุนไพรของตำบลตนเองดูว่ามีดีอะไรจริง ๆ เนี่ย ก็เสนอกันมามีป่าวัดสี่แจ , ป่าวัดป่านาดี , ป่าช้าโนนผาสุก ซึ่งก็เลือกป่าวัดสี่แจ พอไปดูเส้นทางเบื้องต้นกันก็เห็นว่าน่าสนใจดี และจะได้ทำทำเนียบป่าให้วัดไปด้วยเลย ก็เข้าไปพบผู้ใหย่บ้านและให้ท่านพาไปดู วันนั้นพ่อออนได้พญารากเดียว ปลาไหลเผือกกลับบ้านไป
ในการจะไปนำเสนอกลุ่มในที่ประชุมหมู่บ้าน ตำบลนั้น คงต้องมีอาวุธ คือ ทำเนียบหมอพื้นบ้านพร้อมรายละเอียด และทำเนียบสมุนไพรที่เราเริ่มกันที่วัดป่าสี่แจ และจะได้ขยายไปในวัดหรือป่าอื่น ๆ ต่อไป โดยอาจจะได้ทำธนาคารโครงการไว้เพื่อเผื่อของบประมาณจากทางอื่น ปิดเวทีวันนั้นทุกคนมีความหวังในสายตามากมายครับ หวังว่าจะไม่เล่นเฮือนน้อย