ย้อนตำนานกลับไปเมื่อวันวาน
เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ
โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา ๑
(ตอนที่ 3 อะไรคือความสุขกายสุขใจ)
ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยสักแค่ไหนเพียงใด เมื่อเราได้ทำงานที่เรารักและเราชอบ สิ่งที่เป็นความเหนื่อยยากก็จางลง เพราะมีความสุขใจเข้ามาแทนที่ ผมได้เห็นเด็ก ๆ ในวงเพลงเขามีความสนิทสนมกลมเกลียวกันดี เขาให้การดูแลเป็นห่วงครู เป็นห่วงเพื่อน พี่ ๆ น้อง ๆ เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีความสุขครับ มันยืดอายุของคนที่ย่างเข้าวัยชรา ที่กำลังจะอับเฉาให้สดชื่นขึ้นมาได้อีกเป็นกอง


การที่เยาวชนได้ดำเนินชีวิตภายใต้เงื่อนไขของความชอบ มีอิสระในความคิด การแสดงออก มิได้อยู่ภายใต้การครอบงำให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นแล้วมีความสุข และผมสังเกตดูเด็ก ๆ ในวงเพลง 19 คน ณ วันนี้ เมื่อพวกเขาได้แสดงออกอย่างอิสระในบทบาทของนักแสดงเพลงอีแซว เด็ก ๆ เขายิ้มย่องผ่องใส สนุกสนานเฮฮาและเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเล่นบทเรียบ ๆ ก็สามารถที่จะปรับตัวสร้างอารมณ์ให้ท่านผู้ชมมีอารมณ์ร่วมกับนักแสดงได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน
ผมจะไม่ค่อยจู้จี้กับเด็ก ๆ ในเรื่องของสิ่งที่พบเห็นภายนอกมากนัก แต่เราจะทำอย่างไร สอนความรู้ให้เขาเกิดความตระหนัก เกิดความรู้สึกขึ้นมาจากภายใน รู้ได้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด อะไรควรไม่ควร เวลาใดเหมาะสมไม่เหมาะสม โอกาสเป็นของใครในตอนนั้น หากเรานำเอาทุกสิ่งมาตั้งเป็นข้อตำหนิเสียหมด งานคงเดินไปได้ช้ามาก บางอย่างก็ต้องปล่อยวางเสียบ้าง คิดเสียว่าในวิถีชีวิตจริง ขาวกับดำต้องอยู่ปะปนกัน ดีกับชั่วต้องมีปะปนกัน แต่ในทางบวกจะต้องควบคุมให้มีมากกว่าในทางลบ เช่น เด็กบางคนพอตกเย็นก็จะแต่งตัวตามสบาย ผมเผ้าปล่อยลงมา เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เมื่อถึงเวลาที่จะกลับบ้าน ทุกอย่างจะต้องอยู่ในสภาพของการเป็นนักเรียน
ในเรื่องของหัวใจ เมื่อเรามาอยู่ร่วมกัน ผมทำหน้าที่แนะนำความรู้ สอนพวกเขาให้มีความรู้ ฝึกปฏิบัติ และแนะนำให้เห็นคุณค่าของศิลปะวาดภาพ การแสดงเพลงพื้นบ้าน สิ่งหนึ่งที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันให้เกิดขึ้นได้คือ ความห่วงหาอาทร ให้การดูแลเด็ก ๆ ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หาโอกาสให้กำลังใจโดยการซื้ออาหาร ขนม น้ำ เครื่องดื่มมาฝากนักเรียนที่ฝึกซ้อมเพลง หาโอกาสนำพวกเขาไปรับประทานอาหารร่วมกัน ที่ร้านอาหารหรู ๆ (นาน ๆ ครั้ง ไม่ได้ไปบ่อยนัก) และที่สำคัญการตอบแทนความสามารถของนักแสดงที่พวกเขาจะได้รับจะต้องสมน้ำสมเนื้อ คุ้มค่าแรงกายแรงใจที่พวกเขาได้ทุ่มเทเสียสละ

บางครั้งความสุขของคนเราก็มิได้อยู่ที่มีเงินใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว บางคนมีเงินทองมากมายก่ายกอง เขาก็ยังมีทุกข์ หาได้มีความสุขสบายไม่ สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นความสุขของเด็ก ๆ ที่ผมจะให้ได้ก็คือ โอกาสในการที่พวกเขาได้ไปในยังสถานที่ต่างๆ ที่คนอื่นไม่มีโอกาสเลยในตลอดชาตินี้ ถ้าเขาไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้กับเรา ได้แก่ สถานที่การแสดงในศูนย์การประชุมแห่งชาติ เวทีการแสดงศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ โรงแรมเซลทรัล ถนนลาดพร้าว ฮอล 7-8 อิมแพค เมืองทองธานี ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา ห้องประชุมของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง สนามกลางแจ้งที่มีการชุมนุมลูกเสือยุวกาชาดในระดับอาเซียน-นานาชาติ จำนวน 5000-7500 คน เป็นต้น

ความสุขทั้งกายและใจของนักแสดงเพลงอีแซวกลุ่มนี้ เมื่อพวกเขาได้ไปพบกับประสบการณ์ตรง ณ สถานที่แห่งใหม่ มองเห็นได้จากบทบาทลีลา และภาพของการแสดงบนเวทีว่า พวกเขาแสดงได้ดีเด่นสนุกสนานแค่ไหน นั่นแหละคือคำตอบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่า เขามีความสุขมาก ครับ
พอสิ้นเสียง แจ๋ว ๆ เพลงอีแซว จะลา
ท่านผู้ชม เจ้าขา เมตตาหนู บ้างไหม
ศิลปะ พื้นบ้าน นับวัน จะร่วงโรย
ขาดยาหอม คนโปรย กลีบดอกไม้
ไม่มีมะลิ ดอกรัก ร้อยมาจาก หัวใจท่าน
ไม่มีแม่ยก ให้รางวัล คอยปลอบขวัญ ตอนร้องไห้
ไม่แบงก์ สีม่วงแดง มาเสริมแรง ตอนเหงื่อหยด
ไม่มีมาลัย ดอกไม้สด ไม่มีคนหยิบ ยื่นให้
ไม่มีคนดู ขอจับมือ แล้วก็ถือแขน (เออ..เอ๊ย) ก็ถือแขน
เพลงอีแซว ยังโลดแล่น อยู่ในแดน ศิวิไลซ์ (เอิ้ง เหงอ เอ้อ เอ๊ย) ศิวิไลซ์
เพลงอีแซว ยังโลดแล่น อยู่ในแดน ศิวิไลซ์
รับพระพร สัพพี หลังจากที่ เอวัง (เออ...เอ๊ย) ที่เอวัง
เสียงสวดมนต์ ยังแว่วดัง เสียงระฆัง หัวใจ (เอิ้ง เหง่อ เอ้อ เอ๊ย) ระฆังใจ
นายชำเลือง มณีวงษ์ ครูผู้ฝึกสอนเพลงพื้นบ้าน จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2513-2551
มีดอกไม้ แห่งหัวใจ ขอมอบให้ แด่ครูและทุกท่าน
ที่ส่องแสงสว่างแห่งวันวาน สืบประสาน ถึงวันนี้
เสียงอีแซว ที่ขับขาน คืองานเพื่อสังคมชาวสุพรรณ....ครูชำเลือง
คุณ ศ-ศักดิ์