ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการศึกษา

 

ความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น

                ภูมิปัญญาชาวบ้านสิ่งทำให้ชาวบ้านสามารถที่จะพัฒนาตนเองและอยู่ได้ แบบมีฐานข้อมูล  มีฐานความรู้ได้  เพราะสิ่งที่มีอยู่ 3 อย่าง ทรัพยากรธรรมชาติ  ความรู้ภูมิปัญญา  เครือข่ายทางสังคม  มีข้อสรุปว่าทำให้มีกินมีใช้  หลักประกันชีวิตมั่นคง  มีของฝาก  แบ่งปันญาติพี่น้องใกล้ไกล  นี่เป็นดรรชนีชี้วัดว่าพึ่งตนเองได้ 

สภาพปัญหาในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นใช้ในการจัดการเรียนการสอน

                การศึกษาการภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนแกนนำร่วมพัฒนาหลักสูตรสังกัดกรมสามัญศึกษากรุงเทพ   ผลการวิจัยพบว่า  โรงเรียนส่วนใหญ่มีการศึกษาสำรวจการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนแกนนำร่วมพัฒนาหลักสูตร

                ปัญหาการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา พบว่าบุคลากรในโรงเรียนขาดความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้  โรงเรียนบางส่วนขาดการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถนำมาใช้ได้  บุคลากรในโรงเรียนไม่มีเวลาที่จะดำเนินการและยังขาดการประสานงานระหว่างโรงเรียนกับท้องถิ่น

 

สิ่งที่ควรส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไป

               

·       ส่งเสริมให้ชุมชนร่วมมือสถาบันการศึกษาท้องถิ่นได้มีโอกาสจัดทำระบบฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พัฒนาโดยชุมชน

·    ให้มีการจดลิขสิทธิ์เป็นของชุมชนจะเสนอให้ผลประโยชน์ตกกับชุมชนนั้น เช่น ข้าวหอมมะลิ แต่หากเป็นของเกษตรกรรายเดียวหรือสืบเชื้อสายกันมาจะเสนอให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรหรือผู้ที่สืบเชื้อสายนั้นๆ เช่น ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล

·    ให้เกิดอนุคณะกรรมการทางวิชาการที่มาจากผู้เชียวชาญด้านการวิจัยภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดทำระบบฐานข้อมูล (knowledge base) ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความเชี่ยวชาญระบบ expert system และ Artificial intelligence และ Participatory rural appraisal เพื่อเป็นองค์กรที่ปรึกษาแก่ชุมชนหรือสถาบันอื่นที่เป็นเครือข่าย

·    สนับสนุนให้สถาบันวิชาการนำฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพัฒนาประสมประสานกับวิทยาศาสตร์ในแต่ละสาขาเพื่อให้เกิดแนวทางในการวิจัยใหม่ และการพัฒนาเทคโนโลยี่ที่เหมาะสม

 

สิ่งที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า  เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการศึกษา นั้น พอสรุปได้ดังนี้

 

                ภูมิปัญญาท้งอถิ่นมีฐานความรู้ได้  เพราะสิ่งที่มีอยู่ 3 อย่าง ทรัพยากรธรรมชาติ  ความรู้ภูมิปัญญา  เครือข่ายทางสังคม  มีข้อสรุปว่าทำให้มีกินมีใช้  หลักประกันชีวิตมั่นคงพึ่งพาตนเองได้ซึ่งควรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้มีความตระหนักถึงคุณค่าที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษสะสมความรู้จนทำให้ชุมชนและคนเข้มแข็งแต่สภาพปัญญาปัญหาการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา พบว่าบุคลากรในโรงเรียนขาดความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้  โรงเรียนบางส่วนขาดการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถนำมาใช้ได้  บุคลากรในโรงเรียนไม่มีเวลาที่จะดำเนินการและยังขาดการประสานงานระหว่างโรงเรียนกับท้องถิ่น

                ควรมีการพัฒนาการส่งเสริมให้มีการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจังเพราะภูมิปัญญาคือรากเหง้า ความแข็งแรงของชุมชน การที่ผู้เรียนมีภูมิปัญญาในการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การอนุรักษ์คุณค่า และการเลือกสิ่งเทคโนโลยีที่จำเป็นต่าง ๆ โดยให้มีความเหมาะสมกับตนเอง มากกว่าไปหลงไปกับกระแสนิยม บางครั้งก็หลงไปกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ แต่ถ้ามีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็งก็สามารถทำให้สังคมเข้มแข็งไปด้วย

 

อ้างอิง

เสรี  พงศ์พิศ การถอดรหัสภูมิปัญญาท้องถิ่น  http//farmdev.doae.go.th 

ภัทรวดี  อุดมมนกุล  การศึกษาการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

(บทคัดย่อ : 2545) http://lib.edu.chula.ac.th

วิจัยภูมิปัญญา ท้องถิ่น  http//www.qsbg.org