จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยในชั้นเรียน ได้ช่วยกันให้ความรู้ ความเข้าใจกันให้มากๆเถิด เพราะในชั้นเรียนมีปัญหามากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ

วันนี้... 18  พฤศจิกายน  คณะกรรมการสถานวิจัย  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

เชียงใหม่นัดประชุมเพื่อพิจารณา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของสถานวิจัยและ

พิจารณาโครงการที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ 2552

มีเรื่องหนึ่งที่ชวนคิดและอดนำมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้  เรื่องนั้นคือ  การอบรมให้ความรู้เรื่องการวิจัย

ในชั้นเรียน ให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ นักศึกษาครุศาสตร์นับเป็นเรื่องที่ควรส่งเสริม สนับสนุนกันอย่าง

จริงจัง  ที่จะให้ว่าที่คุณครูพันธุ์ใหม่  มีความรู้และประสบการณ์  ในการทำวิจัยในชั้นเรียน ทั้ง

ด้านทฤษฎีและลองปฏิบัติ อย่างน้อยก็ฝึกหัดในระดับมินิ มินิเรื่องวิจัยในชั้นเรียน ได้กำหนดเป็น

ภาระงานของครูทุกคนในยุคปฏิรูป  ที่จะต้องดำเนินการอย่างน้อยปีละ  1  เรื่อง

และเมื่อครูทำวิจัยในชั้นเรียนมากๆ  ประโยชน์ที่เห็นชัดเจน คือ ปัญหาของนักเรียนได้รับการ

แก้ไขหรือพัฒนาอย่างเป็นระบบ อานิสงค์ของการพัฒนา ช่วยให้ครูเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ

พิเศษ เป็นผู้รู้จริงแต่...ความจริงวันนี้ เราพบว่าครูจำนวนไม่น้อยยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง

การวิจัยในชั้นเรียนที่ถ่องแท้

การเข้ารับอบรมในระยะเวลาสั้น ๆ อาจจะไม่เพียงพอ ยิ่งได้รับ  Concept ที่ไม่ชัดเจนตามหลัก

วิชาการยิ่งทำให้ไขว้เขว  และนำไปขยาย บอกต่อ ๆ กัน ยิ่งน่าเป็นห่วง

ดังนั้น  สถาบันที่ผลิตครุศาสตรบัณฑิต หรือบัณพิตทางครู  หากให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ

ของการสอนวิจัยในชั้นเรียน ในขณะที่ยังเรียนในระดับปริญญาตรี ระดับ ป.บัณฑิต คงจะช่วยให้

การทำวิจัยในชั้นเรียนแพร่หลาย และไม่ใช่เรื่องยากเป็นยาขมหม้อใหญ่  ที่ใครๆ ก็บ่นว่ายาก

เหมือนทุกวันนี้

และพอเห็นคำว่า "วิจัย" เริ่มท้อ  คิดว่าเป็นเรื่องยาก หรือรู้ได้เฉพาะกลุ่มคนที่เรียนวิชาเอก

วิชาโทด้านวิจัยเกิดเจตคติทางลบ  คิดจะทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ 

 เรื่องวิจัยในชั้นเรียนจึงเป็นเรื่องยากยิ่งสิ่งเดียวสำหรับครูเสียจริงๆ

จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยในชั้นเรียน  ได้ช่วยกันให้ความรู้ ความเข้าใจกัน

ให้มากๆเถิด

เพราะในชั้นเรียนมีปัญหามากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข  อย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ