จากเข้มมุ่งข้อ 4 ของสถาบันธัญญารักษ์
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
หลายๆหน่วยงานจึงมีการพัฒนาในเรื่องของการทำวิจัย วันนี้เลยนำ
“จรรยาบรรณนักวิจัย” มาฝาก
สภาวิจัยแห่งชาติได้กำหนด “จรรยาบรรณนักวิจัย”
ไว้เป็นแนวทางสำหรับนักวิจัยยึดถือปฏิบัติ
เพื่อให้การดำเนินงานวิจัยตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม
ตลอดจนประกันมาตรฐานของการศึกษาค้นคว้าให้เป็นอย่างสมศักดิ์ศรี
และเกียรติภูมิของนักวิจัยไว้ 9 ประการดังนี้
1.
นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่นำผลงานของผู้อื่น
ต้องให้เกียรติ
และอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในงานวิจัย
ต้องซื่อตรงต่อการแสวงหาทุนวิจัยและมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้จากาการวิจัย
2. นักวิจัยต้องตระหนักถึง
พันธกรณีในการทำงานวิจัย
ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด
นักวิจัยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงการวิจัยที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
อุทิศเวลาที่ทำงานวิจัยให้ได้ผลดีที่สุดและเป็นไปตามกำหนดเวลา
มีความรับผิดชอบไม่ละทิ้งงานระหว่างดำเนินการ
3.
นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการวิจัยอย่างเพียงพอ
และมีความรู้ความชำนาญ
หรือมีประสบการณ์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ทำวิจัย
เพื่อนำไปสู่การทำวิจัยที่มีคุณภาพและเพื่อป้องกันปัญหาการวิเคราะห์
การตีความหรือการสรุปที่ผิดพลาด
อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่องานวิจัย
4.
นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ศึกษาวิจัย
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
นักวิจัยต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง
และเที่ยงตรงในการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนสัตว์ พืช ศิลปวัฒนธรรม
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
มีจิตสำนึกและมีปณิธานที่จะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อม
5.
นักวิจัยต้องเคาระศักดิ์ศรีและสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
นักวิจัยต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการ
จนละเลยและขาดความเคารพในศักดิ์ศรีของเพื่อมนุษย์
ต้องถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะอธิบายจุดมุ่งหมายของการวิจัยแก่บุคคลที่เป็นกลุ่มตัวอย่างโดยไม่หลอกลวงหรือบีบบังคับ
และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
6.
นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด
โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด ต้องตระหนักว่า
อคติส่วนตนหรือความลำเอียงทางวิชาการ
อาจส่งผลให้มีการบิดเบือนข้อมูลและข้อค้นพบทางวิชาการ
อันเป็นเหตุให้เกิดผลเสียหายต่องานวิจัย
7.
นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปให้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
นักวิจัยพึงเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและสังคม
ไม่ขยายผลข้อค้นพบจนเกินความจริงและไม่ใช้ผลงานวิจัยไปในทางมิชอบ
8.
นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
นักวิจัยพึงมีใจกว้างพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนการวิจัย
ยอมรัยฟังความคิดเห็นและเหตุผลทางวิชาการของผู้อื่นและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยของตนให้ถูกต้อง
9.
นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
นักวิจัยพึงมีจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังสติปัญญาในการทำวิจัย
เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ
เพื่อความเจริญและประโยชน์สุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ