มีกัวมีจา ออนแปะออ มีอยู่มีกิน อย่างพอเพียง

ปรัชยา  เบือน กัว เบือนจา แบบแปะออ

              ในยามการวอกัว  วอจาลำเบียก จากปลีงราเคียเพี่ยง  ราเขียคองกะเพี่ยง กะนาลั่อฮ ของปัญหานาอึงวอตะปูนแนวพระราชดำหริ  ของพระเจ้าแผ่นดิน  ซึ่งนูเกิดห่วง  เกิดใย ต่อการอัดเหยียก  ของระดับ
แล่ฮ ซม จึงเกิดปรัชยา เบือนกัว เบือนจา แบบ "มีกัวมีจาแบบแปะออ"
              ปรัชยามีกัว  มีจาแบบแปะออ  หมายเตาะ  การเบือนกัว  เบือนจาในสายตะดี  มีเขียมแปะออ  แปะซำ โดยถะเหลง
              อาศัยเขียมคิด รูเขียมสามารถและ เปรอ ประและของถะเหลงเอง  เบือยบืนหุ พยายามพึงพาปัจจัย อันเกลาที่หุแมนของไฮเอง และออนขึดเตาะแนวที่อีจำเป็น การกัวอึงถะเหลงเองมี เพื่อออนเกิดเขียมเปะออ ในลักษณะ "มีกัวมีจา" ที่จะออนเกิดเขียมจะออบ และเขียมละเบือ ลึงดุง
           ในยามภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ  จากน้ำมันราคาแพง  สินค้าราคาแพง ทางออกของปัญหา น่าจะปฏิบัติตามแนวพระราชดำหริของในหลวง  ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใย ต่อพสกนิกรชาวไทย   ผู้ยากไร้ ระดับรากหญ้าจึงเกิด  "ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง" ขึ้น
            ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  หมายถึงการดำเนินชีวิตในสายกลาง  มีความพอดี  ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยพึ่งพาอาศัยตนเอง  อาศัยความรู้  ความสามารถ และใช้ทรัพยากรที่ตนมีอยู่ และหามาไว้ด้วยตนเอง  เพื่อให้เกิดความพอเพียงในลักษณะ "พออยู่พอกิน"  หรือก่อให้เกิดความสุข ความสบายในครอบครัว

ที่มา: นายประเสริฐ  คำหล้า. ประวัติ.2549.