เมืองเดลฮีกลายเป็นศูนย์กลางของชาวมุสลิมเผยแพร่ขยายอำนาจไปทั่วชมพูทวีป

ภูมิหลังการเกิดรัฐอิสลามในอินเดีย   

   

ณ คาบสมุทรอาราเบียเป็นแหล่งเกิดของศาสนาอิสลามพระนบีมุฮัมมัด คือองค์ศาสดา ได้สั่งสอนชาวอาหรับให้เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวคือ พระอัลลอฮฺ และยึดคัมภีร์อัลกุรอาน (Al-Quran )

หลักสำคัญของความเชื่อคือ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระอัลลอฮฺ   และมุฮัมมัดเป็นศาสนาทูตของพระองค์ ดังนั้นชาวมุสลิมต้องเชื่ออย่างสุดจิตใจและกระทำไปตามความเชื่อนี้ 

  การเข้ามารุกรานอินเดียแล้วกองทัพชาวมุสลิมได้รับชัยชนะเพราะอินเดียขาดความสามัคคี ถือว่าการสงครามเป็นพวกวรรณะกษัตริย์เท่านั้น และยุทธวิธีการรบก็ไม่ทันสมัย เช่นการใช้ ช้างเป็นพาหนะการรบกองทัพชาวมุสลิมนำโดยมุฮัมมัดกาซิม ( Muhammad  Qasim ) เข้าโจมตีแคว้นซินต์ได้รับชัยชนะแล้วตั้งตนเป็นใหญ่ ต่อมาพวกเตอร์กจากอาฟกานิสถานเข้ามาตั้งหลักแหล่งแบ่งการปกครอง อยู่เมืองกัชนี( Ghazni )  กลายเป็นนครรัฐที่สำคัญทางตะวันตกคือลุ่มน้ำสินธุ

 โดยมีเจ้าเมืองชื่อ ชาบุติกัน (พ.ศ. 1510-1540)  ต่อมามะหมุด ( Mahmud  พ.ศ. 1540-1573 )  ขึ้นครองราชย์แทนบิดา ได้ยกกองทัพเข้าปล้นอินเดียถึง 17 ครั้ง มีหน้าที่ทำลายชาวฮินดูในอินเดีย ได้เมืองปัญจาบ มถุรา คะโนจ  แคว้นชินต์  ทำให้ชาวฮินดูถูกฆ่าตายจำนวนมาก และเปลี่ยนชาวอินเดียให้นับถือศาสนาอิสลาม 

 และกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์กัชนี่คือ บาห์รัม ( Bahram ) ถูกพวกเตอร์กที่เมืองกอร์ ( Ghor ) ด้วยกันเองปราบ โดยมุฮัมมัดกอรี (  Mohammad  Ghori)เป็นเจ้าเมืองกัชนี่สืบมา และพระองค์วางรากฐานการปกครองอินเดียเป็นรัฐอิสลาม บุกเข้าไปในเดลฮีเมื่อประมาณ พ.ศ. 1716  เมืองเดลฮีกลายเป็นศูนย์กลางของชาวมุสลิมเผยแพร่ขยายอำนาจไปทั่วชมพูทวีป 

 พวกเตอร์กในเมืองกอร์นี้เองได้ทำลายพุทธสถานสำคัญ เช่น มหาวิทยาลัยนาลันทา และฆ่าชาวพุทธตายเป็นจำนวนมาก  ยกเว้นผู้ที่ต้องการเปลี่ยนศาสนามาเป็นการนับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น.