พุทธศิลป์ที่โด่งดังในสมัยนี้คือแบบคันธาระ เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างพระพุทธรูป

การรุกรานจากต่างชาติ

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4 ชมพูทวีปถูกรุกรานได้แก่

1.           พวกอินโดกรีก จากแคว้นแบคเทรียมีอำนาจในดินแดนตะวันตกเฉียงหเนือของอินเดียแล้วเข้ามารุกรานอินเดีย กษัตริย์กรีกที่ได้รับการกล่าวถึงมากคือ พระเจ้ามิลินท์(Menander) ในหนังสือพระพุทธศาสนาเรื่องมิลินทปัญหาเป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระเจ้ามิลินท์กับพระนาคเสน ซึ่งเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา สำหรับอารยธรรมที่โดดเด่นมีด้านศิลปะ การทำเหรียญ  การแกะสลักแบบยุโรป มีหลักฐานที่ซากเมืองพารหุต  พุทธยา และสาญจี  นอกนั้นมีการแพทย์และโหราศาสตร์

2.           พวกซีเธียน (Scythians)  อยู่ในเอเชียกลางขึ้นมามีอำนาจที่ชาวอินเดียเรียกว่า พวกศกะ คนกลุ่มนี้อาจอยู่ในที่ราบสูงอิหร่าน และพวกซีเธียน(ศกะ) มีอำนาจปกครองเหนือลุ่มแม่น้ำคาบุล ต่อมาได้รุกรานอินเดียเข้ามาในแถบลุ่มน้ำสินธุและอินเดียตะวันตก

3.           พวกยูเอจิ(Yue-Chi) เป็นชาวจีนหรืออินเดียเรียกว่า กุษาณะ เข้ามารุกรานอินเดียรบชนะพวกศกะแล้วเข้าปกครองอินเดียทางตะวันตกเฉียงเหนือและแคว้นคันธาระ

อาณาจักรกุษาณะ  มีอาณาเขตตั้งแต่ตอนบนของลุ่มน้ำสินธุไปจรดแม่น้ำนาร์บัดทางใต้มีเมืองหลวงชื่อ  เปษวาร์( Peshawar) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของกุษาณะคือพระเจ้ากนิษกะ(ประมาณ พ.ศ 663-703)  นับถือพุทธศาสนา สายมหายาน และได้เผยแผ่นิกายนี้ไปยังจีน มองโกเลีย  ธิเบต  ญี่ปุ่น  ตามเส้นทางสายไหม(การค้าขาย)

        พุทธศิลป์ที่โด่งดังในสมัยนี้คือแบบคันธาระ เป็นครั้งแรกที่มีการสร้างพระพุทธรูป การค้าขายนับว่าเจริญรุ่งเรืองมาก ตามเส้นทางอินเดีย-โรมัน   พวกเครื่องเทศและไหม แลกกับเหรียญทองโรมัน เหล้าองุ่นกรีก  สำหรับกษัตริย์ยังใช้นามเทวปุตหรือโอรสแห่งสวรรค์เหมือนความเชื่อในจีน

        หลังจากสมัยพระเจ้ากนิษกะ แล้วย้ายเมืองไปที่มธุรา  ราชวงศ์กุษาณะหมดอำนาจ มีราชวงศ์คุปตะขึ้นมาสืบอำนาจแทนต่อไป  ( Gupta พ.ศ. 863-1078 ).