FINALE & DISCLAIMER
ในที่สุด การอบรม 2 parts ของ Outcome Mapping ก็สิ้นสุดลง กลายเป็นบทความทั้งหมด 22 ตอน (รวมตอนนี้ด้วย) ผมขอขอบพระคุณ สสส. มสช. สคส. กสพท. ทีมกระบวนกร อ.ประพนธ์ อ.อ้อม อ.อ้อ อ.ธวัช ผู้หล่อเลี้ยงอีกหลายๆคน
อันความดีทั้งหมด ถ้าหากจะมีคนค้นพบจากบทความ เนื้อหาใดๆในทั้ง 22 บทนี้ ขอยกให้เป็นของรายชื่อที่กล่าวมาทั้งหมด แต่หากจะมีข้อบกพร่องแม้แต่เรื่องใดก็ตาม นั้นจะเป็นการตีความโดยส่วนตัวของผมเอง ความคิดเห็น (ที่ไม่ได้ reference word by word) เป็นการตีความโดยประสบการณ์เก่า และ faculty ของผมเอง ฉะนั้นการจะ reference นิยาม หรืออะไรที่เป็น outcome mapping พึงสังวรณ์ในข้อเท็จจริงนี้ด้วย
Outcome Mapping ก็จะเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา และเหมือนๆกับความรู้ทุกชนิด นั่นคือมีไว้ใช้ ลองใช้ สะท้อน พัฒนา และเปลี่ยนแปลง เกิดเครื่องมือใหม่ที่ดีกว่าเก่า ฉะนั้น อย่าได้เป็นเหมือนอารัมภบทเรื่อง "ข้ามน้ำ แบกแพ" เมื่อเราใช้เครืีองมือนี้ข้ามมหานทีสำเร็จ เมื่อถึงคราวจะต้องข้ามขุนเขา เราก็จะต้องเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องและเหมาะสมกว่าแทน
จากการสนทนากับ อ.อำนาจ ท่านก็มองเห็นถึงข้อจำกัดในการจะใช้ outcome mapping ในการบอกศักยภาพหรือผลลัพธ์ของพลังงานที่จะได้จากการทำ palliative care อยู่ ถึงแม้ outcome mapping จะดีมากในเชิงสังคมศาสตร์ และชีวิต แต่เมื่อมาถึงมิติแห่งจิตวิญญาณ คำถามของ existential questions ด้วยสัญญลักษณ์ ด้วยแผน ด้วยแผนที่ ที่เราใช้สฬายตนะที่มีรับรู้ แผนที่ผลลัพธ์นี้ก็ยังไม่ใช่เครื่องมือในอุดมคติที่จะเพียงพอในการพรรณนาออกมาให้ชัดเจนได้ แผนงานเพื่อความดี เพื่อจิตวิญญาณ หรือ big questions เหล่านี้ ก็ยังไม่ได้ Holy Grail ของการวัด การประเมิน ณ ขณะนี้
กระนั้น เราคงเห็นทางใหม่ๆ ที่ outcome mapping นำเสนอให้พวกเราได้ลิ้มลองใช้ หลังจากนั้น ด้วยสติ การรู้สำนึกตนเอง และการมีสัมปชัญญะอันสมบูรณ์ เราก็จะใคร่ครวญต่อไปได้ว่าอะไรที่ outcome mapping เป็นจุดแข็ง อะไรเป็นจุดอ่อน ที่เราทุกคนจะได้ช่วยกันเติม แต่งแต้ม ให้สวยงาม ย่ิงๆขึ้นไป
ขอบคุณมากๆครับ
เข้ามาอ่านตอนสุดท้ายค่ะ (ตอนต้นยังไม่มีเวลาอ่านเพราะอาจารย์เขียนรายละเอียด)
ไปเปิดหนังสือของพรพ.เข้าใจว่าเป็นปี49 อธิบายเรื่องนี้บ้าง
ขอบคุณอาจารย์ที่ถ่ายทอดค่ะอย่างไม่น่าเบื่อค่ะ (เครื่องมือคุณภาพส่วนใหญ่อ่านแล้วปวดหัวค่ะ)