เมื่อกาลและเวลาเดินก้าวย่างเข้าสู่เหมันตฤดู ชีวิตนี้ก็เริ่มสัมผัสและโอบรัดด้วยไอแห่งความเย็น...

ยามเช้าในธรรมารามเป็นเช้าที่เบิกบาน สำราญแม้ต้องทนร้าวรานกับความหนาวเหน็บในยามค่ำคืน
ไอหมอกยามเช้าที่แผ่ซ่านไปทั่วธรรมารามแห่งนี้ คือ “ธรรมะ” ที่สวยงามอย่างเพลิดพริ้ง

อดีต... ฉันต้องทำงานจากเช้าจรดเช้า หมุนเวียนเปลี่ยนจากวันเป็นเดือน จากเดือนชนปี แล้วรอจนถึงวันหนึ่ง วันหยุด วันว่าง วันนั้นถึงจะมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศ และอากาศเฉกเช่นนี้

ฉันต้องเดินทางด้วยรถ ด้วยเรือ ทุก ๆ ย่างก้าวนั้นต้องแลกมาด้วย “เงิน” ที่ฉันพากเพียรหามาเพื่อการณ์นี้ คือ การณ์ท่องเที่ยวพักผ่อนกับธรรมชาติ ที่ใครต่อใครสรรค์สร้างไว้แล้วเรียกว่า “แหล่งท่องเที่ยว”

แต่วันนี้เพียงแค่ฉันก้าวเดินลงจากบันใด ฉันก็ได้รับซึ่งกลิ่นไออันสดชื่นและบริสุทธิ์ ประดุจอัญมณีที่มีค่าเหลือคณานับ

ในทุก ๆ ธรรมาราม ที่เป็นอารามแห่งธรรมะที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์บรรจงสร้างก็จักเป็นเช่นนี้

สถานที่อันสัปปายะที่สะท้อนถึงความจริงนั่นคือธรรมะอัน “ประเสริฐ สะอาด สงบ และบริสุทฺธิ์”

 

เป็นธรรมะในธรรมารามอันประเสริฐ จริงแท้ ไม่แปรผันที่บอกกับเราว่าอยู่ที่ใด ๆ ก็สงบได้จากเรามีใจที่ดี

คนใจดีจักสรรค์สร้างสิ่งดีนั่นคือ “ความสงบ”  สงบทั้งกาย วาจา และใจ

ธรรมะที่เป็นธรรมดากับธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสัจธรรมแห่งชีวิต

สัจธรรมที่ไม่ต้องมีสมการของเงินตรา ทรัพย์สิน ชื่อเสียง และเกียรติยศ
เป็นสัจธรรมที่เราทุกผู้ทุกคนนั้นสัมผัสได้เพียง “ปลด” เครื่องร้อยรัดพันธนาการสังคมที่มัดตรึงเราไว้ 

ชีวิตที่เกิดมาได้พบกับความสงบที่แท้จึงเรียกได้ว่าไม่เสีย "ชาติ" ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนา...

นตฺถิ สนฺติ ปรมํ สุขํ
ความสุขอื่นใดนอกเหนือจากความสงบนั้นไม่มี....