การเก็บข้อมูลกลันตันรอบนี้ มีความบังเอิญที่ช่วยให้งานวิจัยทำได้ง่ายขึ้นหลายเรื่องครับ ในขณะเดียวกันก็มีคำถามง่ายๆ ที่ผมกับหัวหน้าทีมผมตอบไม่ได้เหมือนกัน เลยขอประมวลมาเล่าให้ฟัง (ระหว่างรอน้ำร้อนเดือด จะได้ชงกาแฟ แล้วไปเขียนรายงานต่อ)
จากความบังเอิญที่ได้เจอคนไทยจากวัดพิกุลทองที่ด่านตาบา ทำให้เมื่อไปถึงวัด ผมก็ทำงานสะดวกขึ้นจริงๆ ครับ มีการส่งลูกต่อไปเรื่อยๆ จนการเก็บข้อมูลทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น เดิมทีการสัมภาษณ์ทำได้ค่อนข้างยากครับ เนื่องจากเราเหมือนคนแปลกหน้า แล้วยิ่งหัวหน้าทีมและอาจารย์อีกท่านหนึ่งบุคลิกน่าตาเหมือนคนมาเลย์มากกว่าคนไทย ทำให้ไม่ค่อยอยากจะมีคนมาคุยด้วย แต่รอบนี้ ผมและอ.อับดุรรอะห์มาน (หัวหน้าทีมวิจัย) คลุกอยู่แต่ในวัดครับ ตั้งแต่เที่ยงวันยันดึกๆ ดืนๆ เลยครับ คนเลยเริ่มเกิดความสงสัยครับว่า ไอ้สองคนนี้มาทำอะไรที่นี้ ก็เลยมาถามเสียเลย ดังนั้นใครเข้ามาคุยกับผม มีหรือผมจะปล่อยให้ข้อมูลหลุดเลยไป สัมภาษณ์เสียเลย ดังนั้นสามวันที่อยู่ในวัด เลยสัมภาษณ์คนไทยไปได้ไม่น้อยกว่าสามสิบคน ตัวเลยเยอะ เพราะบางทีมีการเข้ามารุมสามคนก็มี แต่ละครั้งของการสัมภาษณ์อยู่ที่ครึ่งชั่วโมงขึ้นครับ
ผมเริ่มสร้างมุมมองใหม่เกี่ยวกับข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์คนไทยครับ คือ ลองหันไปสัมภาษณ์คนอื่นบ้าง แล้วสายตาผมก็ไปสะดุดที่ตำรวจหญิงคนนี้ครับ

อันนี้ชุดตำรวจนะครับ ปกติตำรวจมาเลย์จะเป็นสีน้ำเงินทั้งชุดครับ แต่พอเห็นชุดสีขาวเข้าผมก็เลยสงสัย ชวน อ.แม ไปสัมภาษณ์ ได้ข้อมูลน่าสนใจครับ สัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์มา เจอของใหญ่ครับ ฮิฮิ คือ หัวหน้าสถานีตำรวจตุมปัตเลยครับ
ปรากฏคุยกันถูกคอมากกับท่านอ.แม (อันนี้ผมอยู่วงนอก) ประมาณชั่วโมงกว่า แถมมีมาคุยต่ออีกรอบสองครับกับวงของคนไทย ท่านสนใจงานของเรามาก แล้วก็บอกว่า หากมีอะไรในตุมปัตละก้อไปหาท่านเลย พร้อมให้เบอร์ไว้เรียบร้อยเลย ฮิฮิ งานนี้เสร็จผม
ผมตั้งคำถามฝากผ่านไปกับอ.แมว่า ในตุมปัต คนไทยมีปัญหาการกระทำผิดทางกฏหมายมากมัย คำตอบน่าสนใจครับ คนไทยเป็นกลุ่มคนที่ทำผิดน้อยที่สุด เป็นคนที่น่ารักที่สุด ส่วนคนที่ค่อนข้างแย่สุด เคารพกฏหมายน้อยสุดในตุมปัตคือคนเชื้อสายจีน อดไม่ได้ครับที่จะถามว่า ทำไม? คำตอบคือ เพราะความรวย มีเงิน (เป็นไปได้ครับ)
(เด็กกลุ่มนี้ใส่เสื้อทีมครับ เป็นทีมจากโรงเรียนสอนภาษาไทยของวัดพิกุลทอง)
และด้วยความคุ้นเคยกับคนในวัดพิกุลทองมากขึ้น เราได้รับอนุญาตให้เข้าออกได้เกือบทุกสถานที่ไหนวัด ทำให้การเข้าห้องน้ำก็สะดวกขึ้นครับ ฮิฮิ อันนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ที่สำคัญคือ ถ่ายรูปได้ทุกเหตุการณ์ แต่บังเอิญผมเริ่มจะมีปัญหากับขาบวมครับ เลยหากเป็นการถ่ายในอาคาร ก็ขอให้อ.แม ไปถ่ายให้แทน ผมรับเฉพาะภายนอก เลยเอาภาพนางรำของวัดพิกุลทองมาฝากครับ

ตอนกลางวัน ในพิธีรับผ้ากฐินพระราชทาน มีนางรำรุ่นเด็กมารำนำขบวนครับ ส่วนรุ่นใหญ่มีเฉพาะในคืนลอยกระทง ผมยังไม่ได้ถ่ายข้อมูลลงเครื่องครับ ที่สำคัญภาพที่ผมถ่ายไม่ค่อยสวยเท่าไรครับ เนื่องจากกล้องไม่อำนวยให้ถ่ายกลางคืน

ภาพนี้เป็นคนไทยที่นั่งรอโปรยดอกไม้ทางเดินของผ้ากฐินครับ เนื่องจากตั้งขบวนรอกันนานล่วงหน้าผ้ากฐินจะมาเกือบชั่วโมครับ เมื่อยๆ ก็นั่งยืดขา พอกล้องถ่ายรูป กล้องนักข่าวมาก็ต้องนั่งพับเพียบครับ
เสร็จกิจกรรมคืนที่สอง ค่อนข้างดึกครับ เนื่องจากเรารอดูการซ้อมงานลอยกระทง แล้วก็นั่งคุยเก็บข้อมูลไปเรื่อยครับ ดึกได้ที่เราก็พากันกลับไปนอนที่โกตาบารู ซึ่งกิจกรรมแรกคือ หาโรงแรมนอนครับ เนื่องจากผมเสนอไปว่า เมื่อมีโอกาสก็เปลี่ยนโรงแรมไปเรื่อยๆ แล้วกัน ปรากฏคืนนี้แย่หน่อยครับ โรงแรมประเภท inn เต็ม ด้วยความเหนื่อยของ อ.แม หัวหน้าทีมของผม ท่านเลยบอกว่า แพงก็แพงล่ะ hotel ก็จะเอาแล้ว เลยไปที่แรกก่อนครับ ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ดีที่เก็บภาพหน้าโรงแรมไว้

สังเกตว่า ฝนก็ตกครับ ผมเข้าใจว่าโรงแรมนี้น่าจะถูกกว่า โรงแรม new pacific ที่ผมเคยเข้าไปถาม ปรากฏที่ไหนได้ ห้องธรรมดาที่นี้ 3,500 บาทไทย ฮาฮา สุดท้าย หัวหน้าทีมเลยไปนอนนิวแปซิฟิกแล้วกัน ปรากฏพอไปถึง ก็ถามราคาใหม่อีกครั้ง ก็กลายเป็นว่า อันนี้ถูกกว่า แต่ก็ไม่มากนัก แต่สำหรับผม ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่รอบนี้จะต้องมาจ่ายค่าโรงแรมแพงๆ อันเนื่องจากงบรอบนี้ ไอ้กระผมมันลืมไปแลกเป็นเงินมาเลย์ และตอนนี้มีเหลือไม่ถึง 500 เหรียญมาเลย์แล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยจากงาน ผมก็ยอมท่านครับ นอนที่นี้ก็ได้ เลยขับรถไปจอดที่จอดรถโรงแรม ปรากฏไม่มีที่ว่างให้จอดเลย ผมเลยขับออกจากโรงแรมไปเลย พร้อมบอกกับหัวหน้าทีมว่า ขืนจ่ายค่าห้องแพงแล้วไม่มีที่จอดรถ ผมขอไปโรงแรมเล็กๆ ดีกว่า
สุดท้ายผมก็พามาที่โรงแรมที่ผมมานอนคืนแรกของการเดินทางมาครั้งที่แล้ว ซึ่งสภาพโรงแรมนี้น่านอนกว่าโรงแรมในคืนแรกมากครับ แล้วหัวหน้าผมก็พอใจกับสภาพห้อง ต้องขอบอกว่า โรงแรมที่เรานอนคืนแรกมันแย่มากๆ แล้วในราคาเดียวกันกับที่โรงแรมซีเอสปัตตานี (ฮือฮือ แพงจริงๆ) ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ ทำไมโรงแรมมันจึงพากันเต็ม งงจริงๆ
ช่วงเช้าของวันที่สาม ผมคลุกอยู่แต่ในห้องครับ เขียนรายงานผลการวิจัย เนื่องจากที่ชุมชนไม่มีกิจกรรมอะไรในช่วงเช้า เอาเป็นว่า ข้าวเช้าก็ไม่ทานกันครับ เนื่องจากขี้เกียจลงทั้งคู่ ทำงานไปจนถึงเที่ยงก็พากันลงมาเช็กเอ้าท์ แล้วก็ทานช้าวเช้าบวกกับเที่ยง แล้วลงสนามวิจัยต่อครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
น่าสนใจจังเลยครับ งานวิจัยของอาจารย์เนี่ย
เอาไว้จะติดตามอ่านผลงานของท่านครับ
ขอบคุณครับ บินหลา_ตานี
ขอบคุณครับคุณ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
อาการดีขึ้นตามลำดับครับ แต่การไปกลันตันครั้งหลังนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีกับอาการเท่าไรครับ
ขอบคุณมากครับ
ว่าด้วยเรื่องเงิน - อำนาจเงินนั้น เห็นด้วยครับ เพราะมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคมมาก และเงินนี่เองก็ถูกยกย่องให้เป็นอีกตัวชี้วัดของความเป็นคนในสังคมอย่างน่าใจหาย
เข้าใจครับ, แต่ในหลายสถานการณ์ของชีวิต เราก็จำยอมให้เงินมีอำนาจอยู่เหนือเราเหมือนกัน -
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ แผ่นดิน
ท่านนายตำรวจคนดังกล่าวบอกว่า ค่าปรับที่ต้องจ่ายนั้นมันถูกไปสำหรับคนรวยครับ เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
อันนี้เพราะเขาตีค่าความผิดเป็นตัวเงินครับ ไม่ได้มองไปที่สังคมตีค่าอย่างไร
-เห็นด้วยค่ะ สังคมเปลี่ยนไปทุกที่ เห็นเงินเป็นใหญ่
-พี่สาวไปเรียนรู้ อ่านซ้ำบล็อกอาจารย์หมอ KM คืออะไร
-อ่านแล้วงง งง ไปแล ถ้าว่าง ขยายความให้พี่สาวฟังนิดนะน้องบ่าว
ที่นี่ ขอบคุณค่ะ
อ่านแล้วก็เคลิ้มไปด้วย..
ผมเคยแวะมาวัดนี้แล้ว..เลยเมื่ออ่านอะไรที่อาจารย์เล่าก็พยายามนึกภาพ
ตอนผมไป ไปเป็นทางการกับเขตฯ๑๒ เรื่องราวที่ได้มาจะเป็นจากคำเล่าเป็นทางการมากกว่า เว้นแต่ช่วงรอขึ้นรถไปพูดคุยกับชาวบ้านบ้าง..
วันนั้นผมได้เจอศึกษานิเทศคนที่นี้ด้วย เขาเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งๆที่รัฐกลันตันนี้ผู้บริหารระดับสูงเคร่งศาสนา..เลยรู้สึกว่ามันตรงกันข้ามกับบ้านเราหรือเปล่า..