นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการสัมมนา "การตั้งรับวิกฤติเศรษฐกิจ" ซึ่งจัดโดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า ธปท.เตรียมทบทวนอัตราขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2552 ครั้งใหม่ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จากที่คาดว่าจะโต 3.8-5.0% หลังพบว่าภาวะแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งพร้อมจะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปี 2552 หวังพึ่งแรงขับเคลื่อนจากนโยบายการคลังเป็นพระเอกหลัก ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางครั้งอาจล่าช้า ทำให้เกิดความไม่พอใจของหลายฝ่าย
นางสุชาดายืนยันว่า ไทยไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งมีกว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเพื่อนำเงินไปลงทุนต่างประเทศเนื่องจากอาจเกิดปัญหาสภาพคล่องตึงตัว ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเป็นความเสี่ยง
นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธพว.)กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาอนุมัติแผนขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออกและการลงทุน คิดเป็นวงเงิน 1.27 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ใน 3 ส่วน คือ โครงการเอสเอ็มอีตลาดใหม่ 5,000 ล้านบาท การจัดตั้งกองทุนประกันการส่งออกแห่งชาติ 3,700 ล้านบาท และโครงการกระตุ้นภาคการลงทุน 4,000 ล้านบาท โดย ธพว.จะสมทบเงินโครงการเอสเอ็มอีตลาดใหม่อีก 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่การตั้งกองทุนประกันการส่งออกแห่งชาติ คาดว่าจะช่วยให้การส่งออกได้รับความคุ้มครองเป็นมูลค่าถึง 3 แสนล้านบาท
ไทยโพสต์ คม ชัด ลึก กรุงเทพธุรกิจ
แนวหน้า ข่าวหุ้น เดลินิวส์ 14 พฤศจิกายน 2551