เพียงความเคลื่อนไหว : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า            ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่
ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด           หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม
ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่    ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม
แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม      ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว

คลิกเพื่ออ่าน » เพียงความเคลื่อนไหว ฉบับเต็ม



กลอนนี้ไพเราะจับใจจริงๆ ลุงเนาว์ เป็น ลูกศิษย์ของ ท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาส สอนเรื่องที่ว่า

นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ ไส้เดือนไม่เห็นดิน หนอนไม่เห็นอาจม  (คือไม่เห็นว่าเป็นของสกปก) ความสะอาดเป็นสิ่งที่ ทำให้ น้องหนอน เดือดร้อนรำคาญ จริงหนอ? หนอนบางตัว ถึงจะไม่ชอบความสะอาด แต่ก็อยู่ นิ่งๆ (ศรีทนได้) ลุงเนาว์บอกว่า ความนิ่ง ทำให้เกิดความเน่า แต่ความเน่า นั้นถ้ามีคน นำเม็ดบัว มาปลูก คนก็อาจได้เห็น ดอกบัว ผุดออกมาจากความเน่า ก็ได้ แต่เหล่า หนอน คงไม่รู้จักว่า บัว สวยอย่างไร? 

ข้อที่น่าสังเกตุ
พุทธทาส ท่านเป็นคนหัว เกรียน (เป็นพระ) ความคิดท่านก็เลย เกรียน จาก กิเลส มี จักษุ ที่แจ่มใส ไม่มืดบอด (ตาบอดตาใส) คนที่ ต่อต้าน/เดือดร้อนรำคาญ/ไร้ความสุขสดชื่น เพราะได้ฟังได้อ่าน ความคิดของคนหัว เกรียน นั้นก็ควรจัดให้อยู่ในประเภท คนนอกศาสนา?



สรุป
กลอนบทนี้ ลุงเนาว์ นำมาจาก ธรรมะที่ท่านพุทธทาสท่านสอนไว้เกี่ยวกับเรื่อง กิเลสตัณหา โดยการใช้โวหารภาพพจน์ (figure of speech) มาอธิบาย ที่พี่อาจารย์คนตัดไม้ วิเคราะห์ไว้ ดีมากๆ เลยนะครับที่ว่า "เรามักมองไม่เห็นความดีความงาม คุณค่าของสิ่งใกล้ตัว แม้บางครั้งก็ยังละเลยคุณค่าตัวเองอีกด้วย "

จะเห็นได้ว่าในกลอนนั้นกล่าวถึง แผ่นฟ้า แผ่นน้ำ แผ่นดิน คือสิ่งที่สัตว์จำพวก นก ปลา และไส้เดือน ย่อมคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้จนอาจที่จะมองไม่เห็นค่าว่าเป็น สิ่งสวยงาม เฉกเช่นเดียวกันกับ คนบางคน บางจำพวก ที่มี ความดีความงามความจริง อยู่กับตนแต่กลับมองไม่เห็น ความดีความงามความจริง ในตนเอง แต่ ไพร่ ไพล่ไป เห็นว่า งานการที่ตนทำนั้นเป็นของธรรมดา ยกตัวอย่างเช่น ตนเองเป็น หมอ/พยาบาล มีหน้าที่รักษา คนป่วย คนเจ็บ และคนใกล้ตาย แต่กลับมองไม่เห็น ความดีความงามความจริงในตนเอง จึงละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่เพื่อออกเดินทางไป ทำค่ายจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือมวลผู้ชนผู้ทุกข์ยากในถิ่นที่เขามี หมอมีพยาบาล ประจำอยู่แล้ว (พยายามวิ่งไล่ไขว่คว้าความดีจากภายนอก มาประดับตน) บุคคลประเภทนี้ จัดอยู่ใน บุคคลจำพวก นก ปลา และไส้เดือน ที่มองไม่เห็น  แผ่นฟ้า แผ่นน้ำ แผ่นดิน

นอกจากนี้ในกลอนยังกล่าวถึง อาจม (ขี้) คือสิ่งที่สัตว์จำพวก หนอน ย่อมมองไม่เห็นว่าเป็น สิ่งไม่สวยงาม/สกปก ด้วยเช่นกัน (เหมือน กับนกปลา และ ไส้เดือน ที่มองไม่เห็น แผ่นฟ้า แผ่นน้ำ และแผ่นดิน ว่าเป็นสิ่งสวยงาม)
เปรียบเทียบได้กับ คนบางจำพวก ที่เห็น กิเลสตัณหาและอุปาทาน ว่า หอมหวน เหมือนกับหนอนที่ชอบเกลือกกลั้วอยู่ในอาจม ย่อมไม่รังเกียจอาจม


อนึ่งคนย่อมมองเห็น แผ่นฟ้า แผ่นน้ำ แผ่นดิน และอาจม แตกต่างไปจากสัตว์ดิรัจฉานแต่ทว่า การมองเห็นของคนก็ทำให้เกิด กิเลสตัณหาและอุปาทาน ชนิดที่สัตว์อื่นมองไม่เห็น ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

สิ่งที่คนหรือสัตว์ดิรัจฉาน มองเห็น ล้วนคือ มายาคติ/มายาภาพ แต่ทว่า สภาพแห่งพุทธะ ย่อมอาจจะ ถือกำเนิดมาจากสิ่งที่เป็นมายาภาพ โดยใช้ มายาภาพ นั้นๆ มากำหนดพิจารณา ให้เห็น สัจจภาพ/สัจจภาวะ เหมือนดั่งดอกบัวที่งอกขึ้นโดยอาศัย เปือกตมอันเน่าเหม็นนั่นเอง