ผมไม่เข้าใจสาธารณสุขศาสตร์อย่างลึกซึ้ง   แต่เข้าใจว่าวิชาการด้านสาธารณสุขศาสตร์ก็เหมือนวิขาการสาขาอื่นๆ   ที่มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามการใช้งาน   และตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  

 

ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วิชาสาธารณสุข ว่าด้วยการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ   ทำความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่ก่อปัญหาสุขภาพ   และที่ทำให้สุขภาพดี   วิธีเฝ้าระวังโรค   การทำสถิติต่างๆ เกี่ยวกับโรคและสุขภาพ   วิธีคิดหาวิธีวัดน้ำหนักของปัจจัยเหล่านั้นต่อสุขภาพของคนในประเทศใน ภาพรวม   ทำความ เข้าใจปัจจัยเชิงสังคม พฤติกรรม ที่มีผลต่อสุขภาพของปัจเจกบุคคล และต่อผู้คนในประเทศในภาพรวม  

 

เวลานี้กำลังมีการขับเคลื่อน สาธารณสุขศาสตร์ ไปอีกก้าวหนึ่ง    โดย ๒ องค์กรสำคัญด้านสาธารณสุขของโลก   คือองค์การอนามัยโลก กับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเล่อร์    เป็นการขับเคลื่อน ไปสู่ ศาสตร์เชิงระบบ”(Systems Science)   โดยมีคำหลักคือ ระบบสุขภาพ”(Health Systems)

 

ผู้นำด้านสาธารณสุขศาสตร์ของไทย น่าจะศึกษาเรื่องนี้   และหาทางนำคณะของท่านไปสู่ ขอบฟ้า วิชาการ    และเพื่อการตั้งโจทย์วิจัยตอบคำถามสำคัญๆ เชิงระบบ ของระบบสุขภาพไทย

 

ในมุมมองของผม ศาสตร์เชิงระบบ ต้องเป็น ศาสตร์เชื่อมศาสตร์   คือทำงานเชื่อมโยงหลายศาสตร์   ได้แก่ ศาสตร์ด้านการจัดการ (management)   สารสนเทศศาสตร์ (informatics)   เศรษฐศาสตร์    ศาสตร์ด้านการเรียนรู้จากการทำงาน (Knowledge Management)   พฤติกรรมศาสตร์   ศาสตร์ว่าด้วยกติกาหรือข้อตกลง (กฎหมาย)   เป็นต้น   

 

คณะสาธารณสุขน่าจะได้จัดการประเมินตนเอง เพื่อตรวจสอบว่า เมื่อวงการสาธารณสุขโลกเขาเคลื่อนไปในแนวทางนี้   เวลานี้ตนเองอยู่ที่ไหน   จะต้องปรับตัวอย่างไร   โดยว่าจ้างคณะผู้เชี่ยวชาญ ๒ ๓ คน มาดำเนินการ   คนที่ผมเห็นว่าจะทำงานนี้ได้ ได้แก่  นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ    นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์   นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร  เป็นต้น   

 

กุญแจสำคัญอยู่ที่การมองที่เน้น ศาสตร์ มากกว่าเน้น สอน   เน้นการพัฒนาศาสตร์ที่เหมาะกับสภาพของเราเอง มากกว่าการเดินตามก้นศาสตร์ต่างชาติ   

 

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ต.ค. ๕๑

เบลลาจิโอ