จารึกลงในแผ่นหิน เสาหิน แม้ตามผนังถ้ำต่าง ๆ มีทั้งหมด 84000 ชิ้น

อินเดียในสมัยกษัตริย์ผู้โด่งดัง

เป็นที่เชื่อกันว่าในราว พ.ศ. 218-312 เป็นช่วงที่ชมพูทวีปมีความสำคัญอย่างน่าสนใจของชาวโลก  เพราะปรากฏการณ์ของกษัตริย์นามโด่งดังสะท้านโลกผู้หนึ่งที่กรีฑาทัพไปแห่งใดก็พกพาเอาความพ่ายแพ้แก่คู่ต่อสู้ทุกครั้ง 

 สงครามที่จำฝังใจจำคือการขยายดินแดนภารตะของพระองค์ไปโจมตีแคว้นกลิงคะ ( รัฐโอริสาและรัฐอันตรประเทศ ) ทำให้พระองค์เสียพระทัยมากที่สุด  เพราะชีวิตผู้คนต้องจบสิ้นไปในสงครามหลายแสนคน  พระองค์จึงต้องค้นหาทางสัจจธรรมแล้วหันมานับถือพระพุทธศาสนาจากการบันทึกเป็นอักษรลงในเนื้อหิน 

 บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จากการเปลี่ยนสนามสงครามมาเป็นสนามแห่งความรักสันติยึดหลักพุทธธรรมปกครองราชย์ทั่วชมพูทวีป  จารึกลงในแผ่นหิน  เสาหิน  แม้ตามผนังถ้ำต่าง ๆ มีทั้งหมด 84000 ชิ้น มีสถูป  เจดีย์ เช่น  สถูปที่สาญจี ( บรรจุอัฐิของพระสารีบุตร ) องค์เจดีย์พุทธคยา ( พุทธสถานที่ตรัสรู้ธรรม ) เสาหิน ( Asoka’s  pillars )  ยังสมบูรณ์มีให้เห็นอยู่บ้างแต่ถูกทำลายไปเยอะมากแล้วในปัจจุบัน

สิ่งที่บันทึกลงไปในเนื้อหินมีมากมายล้วนเป็นคติธรรมคำสอนเช่น นโยบายการปกครองโดยธรรมของพระองค์   หลักศีลธรรมพื้นฐานของชาวโลก ( ศีล 5 ) , สอนให้ชาวโลกมีความสุภาพ ,  สอนให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน , สอนให้เห็นใจผู้อื่น 

 ในส่วนพุทธอาณาจักร  พระองค์ให้ความอุปถัมภ์  อาราธนาพระสงฆ์ออกไปเผยแผ่พุทธธรรมแก่ชาวโลกถึง 9 สาย  ในทางตะวันตกหลักพุทธธรรมเผยแผ่ไปถึงกรีกในยุคนั้น  อย่างทางเอเชียตะวันออกไปจนถึงสุวรรณภูมิ  แต่ในเรื่องของศาสนาแล้วพระองค์ให้ความเสมอภาคในการนับถือศาสนาแก่ชาวชมพูทวีป  นั้นคือ พระเจ้าอโศกมหาราช .