ดิฉันอยากให้วงจรการพัฒนาของกรมหมุนเองด้วยตัวผอ.แต่ละกองโดยมีผู้ทรงให้นโยบายผ่านท่านอธิบดี

12-11-51

วันนี้ดิฉันได้รับE-mailจากคุณหมอคำนวณ อึ้งชูศักดิ์เกี่ยวกับแผนการพัฒนาexpertค่ะ

 ดิฉันดีใจมากและรีบเปิดอ่านเพราะอยากให้งานHRDของกรมมีผู้ทรงคุณวุฒิดูแลอย่างใกล้ชิดหนึ่งท่าน

ดิฉันอยากให้วงจรการพัฒนาของกรมหมุนเองด้วยตัวผอ.แต่ละกองโดยมีผู้ทรงให้นโยบายผ่านท่านอธิบดี                                                         

                                                            แผนร่าง

โครงการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันควบคุมโรค

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

หลักการและเหตุผล

  • กรมควบคุมโรคเป็นกรมวิชาการรับผิดชอบภารกิจสำคัญทั้งโรคติดต่อและไม่ติดต่อรวมถึงภัยคุกคามสุขภาพต่างๆ     กรมควบคุมโรคจึงควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ทั้งบุคลากรที่เป็นแพทย์และนักวิชาการ  รวมถึงนักบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
  • กรมควบคุมโรคติดต่อในอดีต  ก่อนที่จะมาเป็นกรมควบคุมโรคในปัจจุบัน  มีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจำนวนมาก  แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าไม่มีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาสืบสานความเชี่ยวชาญแทนท่านเหล่านี้ที่เกษียณอายุราชการไป
  • การสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันควบคุมโรคจำเป็นต้องเป็นแผนระยะยาวประมาณ ๑๐ ปี   และที่จะได้ผลดีได้แก่การเริ่มจากคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ต้องกังวลกับเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง  กรมควบคุมโรคจึงมีความจำเป็นต้องสร้างคนรุ่นใหม่อย่างเร่งด่วน 
  • การสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันควบคุมโรคในสาขาต่างๆที่ได้ผลและเป็นที่ประจักษ์คือใช้วิธีการเรียนรู้และแก้ปัญหาในชีวิตจริง (On the job training)  ซึ่งจะได้ทั้งการพัฒนาคนและพัฒนางาน
  • เพื่อให้เกิดทีมงานที่จะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต  ผู้เชี่ยวชาญที่สร้างขึ้นจะมีทั้งแพทย์และนักวิชาการ  โดยพัฒนาร่วมกันเป็นทีม  

เป้าหมาย

               ในสิบปีข้างหน้า ( พศ ๒๕๖๒)   กรมควบคุมโรคจะมีแพทย์รุ่นใหม่ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมโรคทุกด้านรวม ๕๐ คน และนักวิชาการรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญการควบคุมโรคอีก ๕๐  คนรวมเป็น ๑๐๐ คน  โดย

๑.                           แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกระจายอยู่ตามสำนักต่างๆในส่วนกลางประมาณ ๓-๔  คน ต่อสำนัก  (รวม ๓๒ คน )  และกระจายใน สคร ละ๑-  ๒ คน รวม ๑๘  คน)

๒.                         นักวิชาการกระจายอยู่ ตามสำนักต่างๆและใน สคร เช่นเดียวกับแพทย์

คุณสมบัติ

                แพทย์และนักวิชาการรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่โครงการได้แก่ผู้ที่สังกัดกรมควบคุมโรคและอายุไม่เกิน ๔๐  ปี และมีความปรารถนาที่จะทำงานให้กับกรมควบคุมโรค

วิธีการ

๑.      จัดทำความต้องการแพทย์และนักวิชาการที่จะเข้าสู่โครงการสร้างผู้เชี่ยวชาญเป็นรายสำนักและ สคร  (ภาคผนวก ๑)

๒.    กรมควบคุมโรคจัดทำกรอบอัตราตำแหน่งแพทย์และนักวิชาการรองรับสำหรับโครงการนี้

๓.    คัดเลือกแพทย์ที่พ้นภาระใช้ทุนแล้วและนักวิชาการรุ่นกลางที่สนใจจะเข้าสู่โครงการมาลงตำแหน่งที่กรมรองรับไว้ปีละประมาณ  ๕ คน และนักวิชาการปีละ ๑๐ คน  

๔.    ให้แพทย์และนักวิชาการที่เข้าสู่โครงการนี้เข้าสู่ระบบการเรียนรู้จากการทำงานโดยมีผู้ให้คำแนะนำปรึกษา  สำหรับแพทย์สามารถใช้โครงการฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงระบาดวิทยา  ซึ่งเป็นการฝึกอบรมจากการปฎิบัติงานจริง ๒ ปี ซึ่งในปีแรกเป็นการเรียนพื้นฐานทางระบาดวิทยาและปีที่สองไปปฎิบัติงานในสำนัก หรือ สคร ต้นสังกัด   และนักวิชาการใช้โครงการฝึกอบรมหลักสูตรควบคุมโรคซึ่งจะจัดทำขึ้นใหม่  โดยเป็นการเรียนจากการปฎิบัติงาน ๒ ปีมีการเรียนทางทฤษฎีและมอบหมายงานให้ปฎิบัติ

๕.    ให้แพทย์ที่จะเข้าสู่โครงการได้เรียนสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต ทุกคนโดยอาจเรียนก่อนหรือหลังจบ on the job training สองปี ก็ได้  และคัดเลือกให้ไปปฎิบัติงานที่ต่างประเทศซึ่งเป็น centers of excellence ตามแขนงต่างๆ อีกอย่างน้อย  ๓ - ๖  เดือนถึง ๑  ปี โดยขอความร่วมมือจากศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกาผ่านความร่วมมือไทย-สหรัฐ  (รวมเวลาทั้งสิ้นประมาณ ๔ ปี) 

๖.     สำหรับนักวิชาการที่ผ่านการอบรมหลักสูตรควบคุมโรค  ก็สนับสนุนให้มีโอกาสไปฝึกปฎิบัติงานกับ centers of excellence อย่างน้อย ๓ - ๖  เดือนเช่นเดียวกัน  ในจำนวนนี้ทั้งหมดจะส่งเสริมให้ไปเรียนต่อปริญญาโท

๗.    แพทย์และนักวิชาการในโครงการนี้ต้องตีพิมพ์ผลงานในวรสารวิชาการ Peer Review Journal ในประเทศหรือต่างประเทศ  ซึ่งตนเองเป็นผู้ประพันธ์หลักอย่างน้อย ๒ เรื่องสำหรับแพทย์ และ หนึ่งเรื่องสำหรับนักวิชาการ  ตลอดเวลาในโครงการ

๘.    จัดระบบให้มี Mentors ที่จะเป็นพี่เลี้ยงในทุกสาขาที่ต้องการพัฒนา  มีการประเมินผลการปฎิบัติงาน ให้คำแนะนำ และส่งเสริมความก้าวหน้าในชีวิต โดยเริ่มจากแพทย์อาวุโส  ผู้ทรงคุณวุฒิของกรม และต่อมาให้ใช้แพทย์ในโครงการนี้เป็นพี่เลี้ยงให้กับรุ่นต่อๆไป  (ภาคผนวก ๒)

งบประมาณ

                ใช้งบประมาณตลอด ๑๐ ปีประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทประกอบด้วย

  • งบดำเนินการฝึกอบรมแพทย์ ๓ ล้านต่อคน
  • งบต่อการฝึกนักวิชาการประมาณ ๑.๕ ล้านต่อคน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

               เนื่องจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับทุก สำนัก  สคร   กองการเจ้าหน้าที่  และผู้บริหาร  จึงสมควรทำเป็นโครงการ  มีคณะกรรมการกำกับทิศทางที่มีรองอธิบดีท่านหนึ่งดูแล   และมีผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งท่านรับผิดชอบ   มีสำนักงานฯโครงการช่วยงานด้านบริหาร  และมีสำนักที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ  

การควบคุมปัจจัยเสี่ยง

                ความสำเร็จของโครงการขึ้นกับ

๑.      มีการจัดทำแผนแม่บทที่ได้รับการสนับสนุนทางนโยบายและงบประมาณ

๒.    มีการจัดหาตำแหน่งและวางความก้าวหน้าในระบบแท่งวิชาการ

๓.    ได้รับการตอบรับจากทุกสำนัก  และ สคร  โดยอาจเป็นความสมัครใจ และร่วมลงทุนด้านต่างๆ  ให้มีโอกาสติดตามผู้อาวุโสไปร่วมประชุมต่างประเทศหรือไปแทน

๔.    มีแพทย์และนักวิชาการพี่เลี้ยงประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ  แพทย์  นักวิชาการ ที่มีประสบการณ์และทัศนคติที่ดี  และได้รับการสนับสนุนมีการฝึกอบรม mentor ก่อน

๕.    งบประมาณสนับสนุนสำหรับการเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก  อาจเป็นงบประมาณจากรัฐบาลครึ่งหนึ่ง  องค์การอนามัยโลกหรือหน่วยงานอื่นๆที่สำนักต่างๆเกี่ยวข้องด้วยอีกครึ่งหนึ่ง   

๖.     จัดตั้งกองทุนนอกงบประมาณ สำหรับโครงการเพื่อทำให้โครงการลื่นไหล  สนับสนุน mentor และทีมงานพี่เลี้ยง  คาดว่าจะใช้งบประมาณ ๑๕ ล้านบาทตลอด ๑๐ ปี หรือประมาณ ๑ แสนต่อการดูแลแพทย์หรือนักวิชาการที่ฝึกหนึ่งคน

๗.    ทำความตกลงกับมหาวิทยาลัยในประเทศเพื่อสนับสนุนให้เรียนปริญญาโทด้านสาธารณสุข  โดยดูแลค่าใช้จ่ายให้

๘.    มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้จัดการโครงการที่ทุ่มเทเวลาติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ผู้บริหารแก้ไข