นำเสนองานวิจัย...ช่วยแนะนำด้วยนะครับจะได้ปรับปรุงครับ

ชื่อเรื่อง                   การประเมินเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน   กลุ่มสาระคณิตศาสตร์     ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่  2/2 (กลุ่มฝึกได้)  ของโรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล  จังหวัดเชียงราย  จำนวน 11  คน

ผู้ทำการวิจัย            นายชูชัย     ดวงสนิท 
ปีที่ทำการวิจัย          ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2551                                                                                   

ประเภทการวิจัย  การวิจัยเชิงปฏิบัติการ การประเมินเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้และเทคนิคการสอน ( CAR 2 )
 

 

บทคัดย่อ

          การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้   มีวัตถุประสงค์   เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน  กลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์    ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที 2/2  (กลุ่มเรียนได้)   ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา 2551  โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล   จังหวัดเชียงราย  จำนวน  11  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย   แผนการจัดการเรียนรู้สาระวิชาคณิตศาสตร์  เรื่องเงินและค่าของเงิน      ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2  จำนวน 9  แผน  25   คาบเรียน  คาบเรียนละ 60 นาที   ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย   ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา  2551    ตั้งแต่วันที่  20  พฤษภาคม  -  วันที่ 4  กันยายน  2551  เครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล   ได้แก่   บันทึกหลังสอนของแต่ละแผน   แบบฝึกหัด  การตอบคำถามและ แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการมีส่วนร่วมของนักเรียนโดยครูเป็นผู้สังเกต และดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้หลัก 3 E ดังนี้ 1. Experienceing   การสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะทำการศึกษา   2.  Enquiring:  ความคิดเห็นของผู้สังเกตการณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง    3. Examining  : การตรวจชิ้นงาน หรือการทำแบบฝึกหัด   โดยการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในชั้นเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้   พร้อมบันทึกผลหลังการเรียนรู้  ผลที่เกิดกับผู้เรียน  ปัญหา  อุปสรรค   ข้อเสนอแนะและวิธีแก้ไข   ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล  โดยใช้สถิติพื้นฐาน        ค่าร้อยละ (Percentage)  และค่าเฉลี่ย (Mean)    ผลการศึกษา จากการปฏิบัติงานของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2/2    จำนวน 11  คน  พบว่า นักเรียนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเงินและค่าของเงินอยู่ในระดับดีมากจำนวน  3   คน  ระดับดี  จำนวน  2  คน  ระดับ  พอใช้จำนวน  2   เหลืออีก  4  คนไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจาก   ที่ได้รับ การเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แล้ว มีผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70  ของคะแนนของการทำแบบฝึกหัด   จำนวน  7  คน  คิดเป็นร้อยละ  64  ของนักเรียนทั้งหมด  

 

กิตติกรรมประกาศ

          รายงานการวิจัยการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้  สำเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี  เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจาก นายสมศักดิ์  ชัยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล  จังหวัดเชียงราย  เป็นที่ปรึกษาในการทำวิจัย และได้รับความร่วมมือจาก เสาวภา  ขจรจิตตินที ,  ครูรจนา  รินคำ  ที่ให้ความรู้  ให้คำแนะนำ  และให้ความร่วมมือในการศึกษาทดลอง รวมทั้งคณะครู  นักเรียนโรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล  จังหวัดเชียงราย  ที่อำนวยความสะดวก  ในการ  เก็บข้อมูล   เพื่อทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  ในครั้งเป็นอย่างดียิ่ง 

          คุณค่าและประโยชน์อันเกิดขึ้นกับวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนฉบับนี้  ผู้วิจัยขอมอบให้แด่  พระคุณของบิดา  มารดา  ครู-อาจารย์   ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านที่มีส่วนในการวางรากฐาน     ทางการศึกษา  และประสิทธิประสาทวิชาความรู้  ซึ่งช่วยให้ผู้วิจัยประสบความสำเร็จในการศึกษาครั้งนี้

 

                                                                                                        ชูชัย     ดวงสนิท

                                                                                                                ผู้วิจัย

 

  คำนำ

 

          รายงานการวิจัยการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน   ฉบับนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน  กลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์  ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที 2/2  (กลุ่มเรียนได้)   ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา 2551  โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล   จังหวัดเชียงราย  จำนวน  11  คน   โดยใช้แบบฝึกหัดเรื่องเงินในแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  1 - 9    ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อ  ศึกษาผลการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในเรื่องเงินและค่าของเงินเพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเนื่องจากเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

            ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  การวิจัยในครั้งนี้  จะเป็นแนวทางในการหาจัดกิจกรรม   ที่ส่งเสริม การพัฒนาความสามารถทักษะทางคณิตศาสตร์ในเรื่องของเงินและค่าของเงินรวมทั้งเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะการดำรงชีวิต  และพัฒนาสื่อนวัตกรรมที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้  ให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาต่อไป

 

                                                                                                                                         ชูชัย     ดวงสนิท

                                                                                           ผู้วิจัย

 

 แนวคิดและเหตุผล

          จากคำกล่าวว่า "การทำงานใด ๆ หากมีการวางแผนที่ดี เปรียบเสมือนว่า งานนั้นสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง"   ซึ่งคำกล่าวนี้มีความเป็นจริงอยู่มากทีเดียว   การจัดการเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน   หากมีการวางแผนที่ดีแล้ว   การเรียนการสอนมักจะดำเนินการไปด้วยดี  และประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้    ทั้งนี้การทีจะทำให้การเรียนการสอนนั้นเกิดประโยชน์แก่ผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานที่ดีสามารถนำเอาความรู้  และประสบการณ์จากการเรียนไปใช้ ในชีวิตประจำวัน และการเรียนในขั้นสูงต่อไป   หรือสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตได้นั้น   ผู้สอนต้องมีความรู้  ความสามารถ ในการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับระดับความสามารถ  ความถนัด  ความสนใจ   ความแตกต่าง  ข้อจำกัดในการเรียนรู้  จุดเด่นที่นักเรียนควรได้รับการพัฒนา  และจุดด้อยที่ควรให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม  และลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน                                                                                                                                   

            การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ( CAR 1 )  ทำให้ครูผู้สอนทราบข้อมูลเกี่ยวกับ  และความสามารถขั้นพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนที่ชัดเจน  เพื่อนำข้อจำกัดนั้นมาวิเคราะห์ หาวิธีการ      ในการวางแผนการจัดการจัดการเรียนรู้  ที่หลากหลาย และเหมาะสมในการวางแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล ให้กับนักเรียน ทั้งในด้าน เนื้อหาวิชา  เทคนิค กระบวนการ    วิธีการสอน  เครื่องมือ  สื่อการเรียนการสอน  และการวัดและประเมินผล  ที่ต้องจัดให้สนองกับความต้องการ  และความสามารถของนักเรียนซึ่งมีความพร้อมในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป     จากการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล  พบว่านักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 (กลุ่มฝึกได้) โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล จังหวัดเชียงราย  จำนวน 11  คน    มีข้อจำกัดที่ตรงกันและจำเป็นที่จะต้องพัฒนามากที่สุดคือเรื่องของการรู้จักเงินและการใช้เงิน  ซึ่งพบว่านักเรียนไม่รู้จักเงินชนิดต่าง ๆ และไม่รู้เลยว่าเงินชนิดต่าง ๆ มีค่าต่างกันและไม่สามารถที่จะใช้เงินในการแลกเปลี่ยนได้  ซึ่งเมื่อมาดูในหลักสูตรแล้วในสาระวิชาคณิตศาตร์ซี่งมีสาระที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อยู่ด้วยจึงได้นำมาจัดทำแผนการสอนเพื่อที่จะพัฒนาข้อด้อยของนักเรียนเพื่อนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเงินและค่าของเงินมากขึ้นหลังจากได้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนแล้ว

            ผู้วิจัยได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องเงินและค่าของเงิน   จึงได้จัดทำการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  การประเมินเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน     กลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์  ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที 2/2  (กลุ่มเรียนได้)   ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา 2551  โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล   จังหวัดเชียงราย  จำนวน  11  คน) โดยใช้แบบฝึกหัดในแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งมีขั้นตอนที่กำลังศึกษาอยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์แผนการจัดการจัดการเรียนรู้ที่ 1-9  เพื่อศึกษาผลการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในเรื่องเงินและค่าของเงินที่ถูกต้อง  ให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาต่อไป

คำถามวิจัย

            ถ้านักเรียนได้รับการฝึกทักษะการรู้จักเงินและค่าของเงิน     โดยใช้แบบฝึกหัดเรื่องเงินและค่าของเงินแล้ว  นักเรียนจะสามารถรู้จักชนิดของเงิน  ค่าของเงิน  ที่ถูกต้อง ได้หรือไม่

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

               1   เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน   กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 (กลุ่มฝึกได้) โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล   จังหวัดเชียงราย

                2   เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ และเทคนิคการสอน ที่ส่งเสริม และสนับสนุน การเรียนรู้ของนักเรียน แต่ละคนอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

                3   เพื่อศึกษาทักษะการใช้เงินของนักเรียน

                4   เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2  (กลุ่มฝึกได้)  โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล    จังหวัดเชียงราย

                5   เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะการดำรงชีวิตให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาต่อไป

 

ขอบเขตของการศึกษา

                1.   กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 (กลุ่มฝึกได้)  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกุล  จังหวัดเชียงราย   จำนวน 11  คน

                2.   เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงินของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2/2  (กลุ่มฝึกได้)  

                3.   ระยะเวลาในการศึกษา ทำการศึกษาในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2551 ใช้เวลาในการศึกษา จำนวน 25 คาบ คาบละ 60 นาที

                4.   จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 
 

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

                1. การพัฒนาทักษะการรู้จักค่าของเงินหมายถึงการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ตามแนวทางพัฒนาหน่วย การเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544   ซึ่งใช้ทักษะการรู้จักค่าของเงินในการจัดกิจกรรมโดยมีขั้นตอนที่กำลังศึกษาอยู่ ในแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงิน  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์   จำนวน  9  แผน   25  คาบเรียน

                2.   นักเรียน  หมายถึง นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มฝึกได้ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2/2  (กลุ่มฝึกได้)  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล   จังหวัดเชียงราย จำนวน  11  คน

                3.   โรงเรียน   หมายถึง โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล    จังหวัดเชียงราย

 

วิธีดำเนินการวิจัย

  • 1. จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เช่น ให้ดูเงินชนิดต่าง ๆ กิจกรรมการบอกสีของเงิน ลักษณะของเงิน
  • 2. พัฒนาทักษะทีละขั้นโดยให้นักเรียนรู้จักลักษณะของเงินและค่าของเงินทีละชนิด โดยให้นักเรียนจำให้ได้ดีก่อนค่อยสอนขั้นต่อไปตามแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 /2 (กลุ่มฝึกได้)

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

  • 1. แบบฝึกเรื่องชนิดของเงิน ค่าของเงิน
  • 2. แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ
  • 3. บันทึกหลักการสอน
  • 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานของนักเรียน

 

การเก็บข้อมูล

ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้หลัก 3 E ดังนี้

                1. Experiencing การสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะทำการศึกษา  

                2.  Enquiring:  ความคิดเห็นของผู้สังเกตการณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง  

                3. Examining  : การตรวจชิ้นงาน หรือการทำแบบฝึกหัด   โดยการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ใน          ชั้นเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้  พร้อมบันทึกผลหลังการเรียนรู้  ผลที่เกิดกับผู้เรียน ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะวิธีแก้ไข

 

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการวิจัย

                1   แผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนจัดทำขึ้นสามารถพัฒนานักเรียนได้ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ

                2   ครูค้นพบแนวทางในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และได้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เทคนิคการสอน ที่ส่งเสริม และสนับสนุน การเรียนรู้ของนักเรียน แต่ละคนอย่างมีประสิทธิภาพ

                3   นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในเรื่องเงินและค่าของเงินที่ดีขึ้น

 

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

           จากการวิจัยพบว่า  นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2    จำนวน 11  คนมีทักษะ ในการเรียนรู้และจดจำชนิดของเงินและค่าของเงิน  ดังนี้  

           ระดับดีมาก  จำนวน  3  คน  คือเด็กหญิงสกุลกานต์   เชียงปา  มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  92  ด.ช.ทรงชัย   อุ่นตาล  มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  8   ด.ช.ขวัญชัย   ออนสา    มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  78  ระดับดี  จำนวน  2  คน  คือ  ด.ช.เฉลิมพลเชื้อเมืองพาน  มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  79    นายชัยพัน    ศิริเฉลิมพร   มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  77  ระดับพอใช้  จำนวน  2  คน  คือ น.ส.จันทนีย์     เต๋จ๊ะ    มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  75   นายณัฐพงษ์   ก้างออนตา  มีคะแนนเฉลี่ยจากการประเมิน  ร้อยละ  72  ส่วนนักเรียนที่เหลือ  4  คนคือ  นายฉัตรชัย   ฟักแก้ว นายจำลอง  ศรีวิชัย   (ไม่มาเรียน)  นายสุรัตน์    บุญยัง  (กลับบ้านก่อน)   นายสันทัด   กันใจ   (ลาออก)  จากการจัดการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเงินและค่าของเงินแล้ว มีผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70  ของคะแนนแบบฝึกหัด จำนวนร้อยละ  64  ของนักเรียนทั้งหมด 

 

สรุปผลการวิจัย 

           จากการวิจัยพบว่า   นักเรียนที่รู้จักและรู้ค่าของเงินในระดับดีมากนั้น  มีพื้นฐานทางการใช้เงินมาจากที่บ้านก่อนและใช้บ่อยกว่านักเรียนที่อยู่ในระดับอื่น ๆ ส่วนนักเรียนที่อยู่ในระดับดีนั้นเคยได้ใช้เงินบ้างแต่ก็ไม่ได้จดจำชนิดและราคาของเงินเลยรู้แต่ว่าใช้ซื้อขนมได้  ส่วนนักเรียนที่อยู่ในระดับพอใช้นั้น  ไม่เคยได้ใช้เงินเลยเมื่ออยู่ที่บ้านแต่หลังจากได้ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องนี้แล้วทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจถึงชนิดและค่าของเงินมากขึ้นและสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินโดยใช้เกณฑ์การผ่านที่ร้อยละ 70   ทั้งหมด   คนคิดเป็นร้อยละ 64  ของนักเรียนทั้งหมด

  

ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปรับปรุง 

            ในการสอนความรู้ความเข้าใจเรื่องเงินและค่าของเงินให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญานั้นเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนหากนักเรียนยังไม่มีความพร้อมในการเรียนไม่ว่าจะใช้เทคนิค    วิธีการอย่างไรนักเรียนก็จะไม่ให้ความร่วมมือ   เนื่องจาก ต้องใช้การจดจำและต้องทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันไม่เหมือนการสอนให้นักเรียนจับดินสอเขียนอย่างเดียว  

            จากผลการวิจัยข้างต้นทำให้ทราบว่าการที่นักเรียนจดจำและเข้าใจลักษณะของเงินแต่ละชนิดและค่าของเงินชนิดต่าง ๆ นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น หากแต่มีทักษะที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันประกอบกันอยู่   ไม่สามารถแยกออกจากกันได้  ทั้งการพัฒนาการทำงานประสานกันระหว่าง  การรับรู้ทางสายตาและการสัมผัส    ความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่าง   ความสามารถในการจำแนกรูปแบบที่เหมือนและแตกต่าง   และที่สำคัญที่สุดครูผู้สอนจะต้องเอาใจใส่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด   ต้องสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป   สอนตัวต่อตัว มีการวิเคราะห์งานจัดเรียงลำดับเนื้อหาจากง่ายไปหายาก   การทำซ้ำ  การฝึกบ่อย ๆ   การเสริมแรง  การให้กำลังใจ  การชมเชย  การกระตุ้นยั่วยุ  การชี้แนะ  ให้นักเรียนเกิดความรู้สึกประสบความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว    การฝึกแต่ละกิจกรรมควรมีรูปภาพหรือถ้าเป็นไปได้ควรเป็นสื่อของจริงเพราะนักเรียนจะได้เห็นของจริงไปเลยไม่ต้องจินตนาการ   ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นและเร้าให้นักเรียนเกิดความสนใจ   ความอยากรู้   อยากฝึกฝน    มีความสนุกสนานเพลิดเพลินที่จะทำกิจกรรม  พร้อมทั้งเห็นคุณค่า และความสำคัญของการการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น  

 

บทเรียน  ความคิดใหม่  และแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากการวิจัย

           จากการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  ทำให้ผู้วิจัยค้นพบ แนวทางในการส่งเสริม และการพัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องที่สำคัญเช่นเรื่องของเงินซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องพบเจอและเกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำทุก ๆ วัน   โดยนำข้อเสนอแนะข้างต้นมาเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม และพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการคิดและตัดสินใจด้านการเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ทักษะทางคณิตศาสตร์และทักษะการดำรงชีวิต  ให้กับนักเรียนที่มีทักษะทางด้านนี้ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจและต้องการพัฒนา  เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ต่อไป