ระยะนี้ผมอยู่ระหว่างการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "รัฐศาสตร์ท้องถิ่น การเมืองภาคประชาชน : ฝ่าวิกฤติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" จัดโดยวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อให้นักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวความคิดท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายไร้ทางออกเช่นนี้
เช้าวานนี้ (๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ได้ให้เกียรติมาปาฐกถานำ เพื่อเปิดประเด็นทางความคิดแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาให้สร้างมุมมองใหม่ ๆ ในการมองปรากฎการณ์ทางสังคม ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ วลีหนึ่งที่อยากจะนำมาเล่าในที่นี้คือคำว่า "ความดีที่เปลี่ยนไปตามกาลเทศะ"
ความน่าสนใจของวลีดังกล่าวนั้นพอมองเห็นภาพชุดของความดีของคนที่แตกต่างกัน ซึ่งต่างก็ยึดมั่นถือมั่นในความดีของตน และพลอยมองความดีของคนอื่นเป็นเรื่องไม่ดีตามไปด้วย...สุดท้ายก็นำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคมเพราะความดีนี่เอง....
สงครามที่เกิดขึ้นในโลกนี้ก็เพราะคนมีความดีคนละเรื่อง ปัญหาระหว่างภูมิภาค ระหว่างประเทศก็เพราะมีความดีบนความจริงคนละอย่าง รวมถึงปัญหาในบ้านเมืองเราก็เพราะแต่ละกลุ่มมีความดีต่างกัน...
มีวิธีการไหมที่จะทำให้ความดีของเราเป็นความดีของคนอื่น และในทางตรงข้ามความดีของคนอื่นก็เป็นความดีของเรา...แล้วเช็คแฮนด์ความดีซึ่งกันและกัน

จริงค่ะ เห็นด้วยเป็นอย่างมาก สักวันฝันนี้น่าจะเป็นจริง หากเราทุกคนร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤตช่วงนี้ไปได้ ลดความเห็นแก่ตน หากเพิ่มความเห็นใจผู้อื่นอีกนิด เชื่อว่าไม่นาน สันติสุขน่าจะเกิดขึ้นมานะคะ
1. ครูแป๋ม
นึกว่าครูแป๋มจะไม่มาทักทายซะแล้ว...ปลื้มจริง ๆ
2. นายสายลม อักษรสุนทรีย์
คึดฮอดคือกันเด้อ...ตอนนี้อ้ายกำลังใจแตก..ไม่ค่อยมีเวลามาทักทาย
3. แผ่นดิน
อ้ายซายผู้อบอุ่น คึดฮอดหลาย ๆ ครับ