เคยได้ยินมานานแล้ว การกอดบำบัด การสัมผัสเยียวยาจิตใจได้

     ที่บอกว่าแปลกก็เพราะ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ไปร่วมงาน พบปะชาวบล็อก มา วัฒนธรรมการกอด แสดงออกอย่างเด่นชัดมาก เหมือนกับกลุ่มที่ไปสัมมนา dialog กัน แต่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่

    คืนนั้น กลับมาเขียนบันทึก และมีผู้ร่วมงานด้วยกันนำรูปมาแสดง มีแต่รูปคนกอดกัน

    วันรุ่งขึ้นมีคนนำนิตยสารชีวจิต มาส่งให้ เพราะเป็นสมาชิก อยู่ วางอยู่ครึ่งวัน หยิบมาดู อะไรกันนี่ ตามไปทุกที่เลยยยยง่ะ

     จ่าหัวข้อหน้าปก " 9 วิธีกอดบำบัดโรค" ฉบับวันที่ 1 พ.ย. เผื่อใครสนใจ ลองซื้อมาอ่าน น่าจะยังหาซื้อได้ค่ะ

    ตัวโปรยที่น่าสนใจ ด้านในหนังสือ ว่าไว้ดังนี้ "เมื่อจะต้องกอดใครสักคนเพื่อเยียวยาอาการความผิดปกติต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องมาจากขาดการกอดหรือการสัมผัส ต้องมั่นใจว่าการกอดของเราไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหรือเจ็บปวด"

    ผิวหนังของเราถือว่าเป็นอวัยวะรับสัมผัสที่มีพื้นที่มากที่สุด ประกอบกับเส้นประสาทที่มาหล่อเลี้ยงทำให้เรารับสัมผัสได้นั้นมีจำนวนนับล้านล้านเส้น การสัมผัส หรือ การกอดจึงเป็นการสื่อสารกันได้ ยิ่งผู้ที่สัมผัสกันมีพลังความรัก ความเมตตา ห่วงใยมอบให้ ผู้รับก็จะรับได้ เปรียบเหมือนการฟังและได้ยินเสียงภายในตัวตน จิตใจของอีกฝ่ายหนึ่ง

    ผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูจากผู้ปกครอง ที่แสดงความรักด้วยการกอด ก็จะสามารถเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรักให้ผู้อื่นได้ด้วยการกอดเช่นกัน ตรงข้ามเด็กที่เติบโตมาแบบ พ่อแม่ไม่เคยกอด หรือเด็กที่โตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันถ้าจะต้องให้กอดคนอื่น

    เวลาไปเลี้ยงเด็กที่ถูกทอดทิ้ง จะเห็นว่าพวกเขาโหยหาสิ่งเหล่านี้มาก บางคนจะมารุมทึ้งเรียกให้คนที่ไปเยี่ยมพวกเขาช่วยกอดเขาหน่อย การที่น้อง หนู เหล่านี้ได้รับตุ๊กตาหมีเป็นของเล่น นี่ก็อาจจะช่วยชดเชยและให้ความอบอุ่นแก่พวกเขาได้ ในบทความบอกว่า คนที่ไม่ค่อยได้รับการกอด จะชอบกอดตุ๊กตา หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง

    ในแวดวงชาวบล็อกที่พบกันวันนั้น ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ดี เพราะในนิตยสารชีวจิตเล่มนี้ยังบอกว่า

 "การกอดเป็นของขวัญชิ้นเยี่ยม เหมาะสำหรับทุกโอกาส มอบให้บุคคลพิเศษเพื่อแสดงความห่วงใย...."

แสดงว่าทุกท่านเป็นบุคคลพิเศษซึ่งกันและกันจริงๆ  จากท่าที่เห็นมากที่สุด คือ กอดแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ เขาบอกว่า อันนี้เป็นการถ่ายทอดความเอื้ออาทรให้กันและกันค่ะ  ส่วนท่าที่จะช่วยถ่ายทอดพลังให้แก่กันและกัน เรียกว่า Bear Hug หรือกอดแบบหมี แต่ต้องใช้เวลาประมาณครั้งละ 5-10 วินาทีค่ะ

    ยังไงเสีย พบกันครั้งหน้า จะตั้งใจ ตั้งท่า ให้ดีกว่านี้ เพื่อให้การกอดบุคคลพิเศษของเรา มีความหมายมากยิ่งขึ้นค่ะ