ราชวงศ์โมริยะมีอำนาจยิ่งใหญ่ในดินแดนเอเชียใต้มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่กรุงปาฏลีบุตร ( เมืองปัตนะในปัจจุบัน )

ประวัติศาสตร์อินเดียสมัยราชวงศ์โมริยะ

ดินแดนเอเชียใต้เป็นดินแดนชมพูทวีปที่คนท้องถิ่นมักนิยมเรียกดินแดนตนเองว่า...ภารตะ...เมื่อก่อนพุทธศตวรรษที่ 3 เล็กน้อย  ชาวอารยันที่เป็นกษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์นันทะคือ พระเจ้าธนนันทะ มีอำนาจมากที่สุดในบริเวณลุ่มแม่น้ำคงคา 

 พระองค์ปกครองอาณาจักรมคธ  ประทับอยู่ที่กรุงปาฏลีบุตร  เป็นช่วงที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช  แห่งมาซิโดเนีย  บุกรุกอินเดียถึง 1 ปี 8 เดือน  พระองค์จึงเสด็จจากไปแล้วสวรรคตที่กรุงบาบิโลน ขณะพระชนม์ชีพประมาณ 37 ปี 

ต่อมาพระเจ้าธนนันทะถูกมหาโจรจันทรคุปต์  ซึ่งขับไล่พวกกรีกออกไปจากดินแดนภารตะได้นั้น  ยึดอำนาจและตั้งราชวงศ์โมริยะ ( Mauriya ) เมื่อประมาณ พ.ศ. 222  ตามประวัติ ราชวงศ์โมริยะหรือวงศ์นกยูงนี้เพราะสายมารดาเป็นคนเลี้ยงนกยูง 

 พระเจ้าจันทรคุปต์สืบเชื้อสายมาจากศากยวงศ์หลบหนีจากภัยสงครามสมัยพระเจ้าวิทูฑภะโจมตีกรุงกบิลพัสดุ์  พระเจ้าจันทรคุปต์ปกครองได้ 26 ปีก็สละบัลลังก์เข้าบวชในศาสนาเชน  เหล่ามุขมนตรีอันเชิญพินธุสารกุมารขึ้นครองราชย์  พระองค์นับถือศาสนาพราหมณ์ เมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว 

 มุขมนตรีพร้อมใจยกราชบัลลังก์ให้อโศกราชกุมาร  ซึ่งเป็นอปราชอยู่เมืองอุชเชนี  แคว้นอวันตี  พระมารดาชื่อ พระนางศิริธรรมมา  มีพระอนุชาชื่อ  ติสสะราชกุมาร 

 ราชวงศ์โมริยะมีอำนาจยิ่งใหญ่ในดินแดนเอเชียใต้มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่กรุงปาฏลีบุตร ( เมืองปัตนะในปัจจุบัน ) เป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ในอดีตโดยเฉพาะติดตามต่อในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช.