ผมเจอแม่แล้วคร๊าบบบ!

สวัสดีค่ะ..ชาว G2K ทุกๆท่าน ^_^

     หลังจากที่ห่างหายไปนาน...อิคคิวก็ยังไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ น้องยังอยู่ที่ ตึกเด็ก รพร.ธาตุพนม เหมือนเดิมค่ะ..

        ถ้าใครอยากทราบประวัติของอิคคิวซัง ก็ย้อนกลับไปอ่านได้จากตอนที่ 1 นะคะ < น่าสงสารเด็กถูกทิ้งที่ รพ. : (1) >

 

        ทางเราได้ติดตามหาแม่ของอิคคิวโดยตลอด โดยฝากรูปน่ารักๆของอิคคิวไปกับญาติผู้ป่วยต่างด้าวที่ข้ามมารักษา และความฝันของอิคคิวก็เป็นจริงค่ะ

         ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือน ก.ค. แม่ของอิคคิวทราบข่าวของลูกชาย..ว่ากำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพร.ธาตุพนม จากญาติผู้ป่วยในหมู่บ้านใกล้เคียงกัน...

          วันที่ 7 ก.ค. เช้าวันจันทร์ (มีตลาดนัดไทย-ลาว คนฝั่งโน้นจะข้ามมาขายของ และจะมีเรือโดยสารข้ามไป-มา) มีผู้ใจดีพาแม่มาหาอิคคิวค่ะ (โดยเรือส่วนตัว) เพราะสงสารที่แม่อิคคิวมีฐานะยากจนมาก..

           ทันทีที่มาถึงตึกเด็ก และได้เห็นหน้าลูก ได้โผเข้ากอดลูกและน้ำตาไหล ด้วยความคิดถึง..ในวันนั้นผู้เขียนอยู่เวรพอดีค่ะ ทุกๆคนที่อยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น น้ำตาไหลพราก! กันเป็นแถว

        อิคคิวไม่ได้มีญาติเพียงแค่คนเดียวนะคะยังมีพี่ชาย ตามมาด้วยอีก 2 คนค่ะ ...คนโต ชื่อ บุญล้อม ...คนรองชื่อ ปรานอม ...และตัวอิคคิวเอง ชื่อ ปราณี

         ตอนนั้นอิคคิวยังนอนหลับอยู่เลยค่ะ แต่เป็นการนอนหลับที่มีความสุขที่สุด เพราะได้นอนท่ามกลางอ้อมกอดของแม่ และพี่ๆ

        และในวันนั้น ทุกๆคนก็ได้ทราบจากแม่อิคคิวว่า...อิคคิวไม่มีพ่อ! พ่อได้ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่อิคคิวเกิดแล้วล่ะค่ะ (เวรกรรมจริงๆ) อาชีพที่ผู้เป็นแม่หาเลี้ยงครอบครัว ก็คือ..รับจ้างทำนา แต่ไม่ได้ค่าจ้างนะคะ ได้เพียงข้าวสารเพื่อมากิน ประทังชีวิตไปวันๆ..สังเกตได้จาก พี่ชายของอิคคิว ที่ตัวค่อนข้างผอมมาก .. 

        วันนั้นแม่อิคคิวได้ขอกลับบ้าน เพื่อไปเอาของมาอยู่เฝ้าลูก และให้ลูกชายทั้งสองอยู่ที่บ้าน และกลับมาอีกที เช้าวันที่ 10ก.ค.วันพฤหัส (ตลาดนัด) ของที่เตรียมมามีเพียงเสื้อผ้า 1 ชุด และกระติบข้าว 1 กระติบ 

          อาการของอิคคิวตอนนั้น..ก็ยังมีเกร็งเป็นพักๆ ประมาณ 5-10 วินาที และริมฝีปากเขียวขณะเกร็ง เมื่อให้ดมออกซิเจนก็หยุดเกร็ง พัฒนาการยังไม่ดีขึ้น ดูดกลืนไม่ได้ คอยังอ่อนปวกเปียก ได้แต่นอนอยู่เฉยๆ ยกแขน-ขา ได้บ้างเล็กน้อย แต่การขับถ่ายอุจจาระ-ปัสสาวะปกติ (ต้องใส่แพมเพิร์สไว้ตลอด)

         อิคคิวก็ยังกินนมทางสายยางที่ต่อเข้ากระเพาะอาหาร ทุก 4 ชั่วโมง และกินยากันชักตามแนวทางการรักษาของแพทย์ ...ต้องอยู่ใกล้ถังออกซิเจนตลอดเวลา เผื่อยามคับขัน เกร็งและเขียวขึ้นมาจะได้ช่วยได้ทันเวลา และมีอีกปัญหาคือมีเสมหะเยอะค่ะ ต้องพ่นยาและดูดเสมหะบ่อยมาก..

         ในขณะที่มีแม่อยู่ด้วย พวกเราก็ได้สอนแม่สังเกตอาการผิดปกติ สอนให้นมลูก และให้อุ้มลูก ตอนแรกแทบไม่กล้าจับ เพราะกลัวลูกจะเจ็บ แต่หลังๆเริ่มชินค่ะ อุ้มบ่อย ร้องเพลงให้ฟังด้วย ..และเจ้าอิคคิวก็ยิ้มตลอด ไม่เกร็ง ไม่เขียวอีกเลย ..นี่อาจเป็นเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ความรักที่แม่มีต่อลูกเป็นอย่างนี้นี่เอง

         เดิมทีอิคคิวนอนอยูที่โต๊ะทำงานของพยาบาล และสลับกับนอนเตียงเล็กๆ แต่ต้องอยู่ใน nurse station เพราะต้องอยู่ในความดูแลตลอดเวลา แต่พอมีแม่เราก็ย้ายไปอยู่ในห้องผู้ป่วยทั่วไปค่ะ

โปรดติดตามเรื่องราวชีวิตที่น่าสงสารของอิคคิว ในตอนต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณ Icon Dookdik & Line Dookdik จาก http://dookdik.kapook.com/