. . ถ้าเราพยายามที่จะแก้ปัญหาสังคมโดยไม่ได้เอาชนะความสับสนและความก้าวร้าวในจิตใจของเราเองแล้ว เมื่อนั้นความพยายามทั้งมวลแทนที่จะช่วยแก้ปัญหาก็จะกลับไปเสริมปัญหาพื้นฐานให้หนักยิ่งขึ้น . .

          ผมเพิ่งอ่านหนังสือของท่านเชอเกียม ตรุงปะ จบ เป็นเล่มที่ชื่อว่า    “Shambhala: The Sacred Path of the Warrior” สำนักพิมพ์โกมลคีมทองนำมาแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า  “ชัมบาลา: หนทางอันศักดิ์สิทธิ์ของนักรบ” แปลโดยนักแปลในดวงใจของผม “พจนา จันทรสันติ” เนื้อหาภายในเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆ ใช้เวลาละเมียดละไม ทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ โดยปล่อยให้ข้อความทั้งหลายค่อยๆ ไหลเข้าไปในใจ. . .   ทำให้ได้อะไรมากมาย แต่ที่นำมาแบ่งปันข้างล่างนี้ เป็นสิ่งที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ได้ในวงกว้างครับ:

ในหน้า 16 มีข้อความตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า . . .       

         สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ เมื่อเราเริ่มประจักษ์แจ้งถึงศักยภาพแห่งความดีงามในตนเอง เรามักจะถือเอาการค้นพบนี้เป็นจริงเป็นจังเกินไป เราอาจจะฆ่ากันเพื่อความดีงาม แม้กระทั่งยอมตายเพื่อความดีงาม เราปรารถนามันอย่างสุดจิตสุดใจ แต่สิ่งที่เราขาดไปก็คืออารมณ์ขัน อารมณ์ขันในที่นี้มิได้หมายถึงการเล่าเรื่องขำหรือเที่ยววิพากษ์วิจารณ์คนอื่นและหัวเราะเยาะ อารมณ์ขันที่แท้จริงนั้นคือการสัมผัสอย่างแผ่วเบา มิใช่การปฏิเสธความจริงโดยสิ้นเชิง หากแต่หมายถึงการชื่นชมในความจริงด้วยอาการอันนุ่มนวลแผ่วเบา . . . . .

นอกจากนั้นในหน้า 148 ยังมีเนื้อหาที่กินใจอีกว่า . . .

         มีบางคนรู้สึกว่าปัญหาของโลกนั้นบีบคั้นยิ่ง ดังนั้นภารกิจทางสังคมและการเมืองจึงจำเป็นต้องมาก่อนพัฒนาการของปัจเจกชน เราอาจรู้สึกว่าเราจำต้องอุทิศตน จำต้องเสียสละความต้องการส่วนตนโดยสิ้นเชิงเพื่อที่จะทำงานให้ส่วนรวม ในรูปการอันสุดโต่งเช่นนี้เอง วิธีคิดเช่นนี้เองที่ถือว่าความผิดปกติทางใจและความก้าวร้าวของปัจเจกชนเป็นผลมาจากสังคมที่ป่วยไข้ ดังนั้นเองผู้คนเหล่านั้นจึงพยายามใช้ความผิดปกติและความก้าวร้าวเหล่านั้นเพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น

         อย่างไรก็ดี ตามหลักคำสอนซัมบาลาแล้ว . . . เราจึงต้องก้าวไปทีละก้าว  ถ้าเราพยายามที่จะแก้ปัญหาสังคมโดยไม่ได้เอาชนะความสับสนและความก้าวร้าวในจิตใจของเราเองแล้ว  เมื่อนั้นความพยายามทั้งมวลแทนที่จะช่วยแก้ปัญหาก็จะกลับไปเสริมปัญหาพื้นฐานให้หนักยิ่งขึ้น . . . . . 

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ถ้ายังไม่เข้าใจ แนะให้อ่านหลายๆ เที่ยว อ่านจนความหมายไหลเข้าไปอยู่ในใจ แล้วท่านก็จะกระจ่างแจ้งว่าทำไมสังคมไทยจึงเป็นไปอย่างที่เห็นอยู่นี้ !!