ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม The Third Asia-Pacific Regional Conference: International Cooperation through The Hague Conventions in the Asia Pacific ระหว่างวันที่ ๒๓ ถึงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๑ ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง การประชุมฯ สรุปได้ดังนี้
การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระดับภูมิภาคด้านการทำงานของที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลครั้งที่ ๓ ในการประชุมฯ มีผู้แทนจากออกเตรเลีย บังคลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา จีน เกาะคุก ฟิจิ อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย เนปาล มองโกเลีย เมียนมาร์ นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ปาปัวนิวกีนี ฟิลิปปินส์ ซามัว สิงค์โปร์ ศรีลังกา ไทย ติมอร์ ทองก้า และเวียดนาม รวมทั้งนักวิชาการจากองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ
สาระสำคัญของการประชุม ได้มีการบรรยายถึงการทำงานของที่ประชุมกรุงเฮก และการใช้กฎหมายในด้านการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือทางกฎหมายในระดับภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิก อนุสัญญากรุงเฮกที่มีการอภิปรายในการประชุม รวมถึง ๑. อนุสัญญาว่าด้วยลักษณะทางแพ่งในการลักพาเด็กข้ามชาติ ๒. อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก และความร่วมมือในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ ๓. อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองและการให้ความช่วยเหลือเด็กระหว่างประเทศ ๔. อนุสัญญาว่าด้วยการส่งเอกสารทางกฎหมายและเอกสารอื่นทางแพ่งและพาณิชย์ในต่างประเทศ ๕. อนุสัญญาว่าด้วยการสืบพยานเรื่องทางแพ่งและพาณิชย์ในต่างประเทศ ๖. อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกการรับรองความถูกต้องทางกฎหมายของเอกสารมหาชต่างประเทศ ๗. อนุสัญญาว่าด้วยความตกลงเรื่องการเลือกศาลในการพิจารณคดี ๘. อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองดูแลเด็กและค่าอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว ความเห็นของที่ประชุม ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันเพื่อ ๑. การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิกด้านความร่วมมือทางกฎหมายและการคุ้มครองเด็ก เนื่องจากมีการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชนในระหว่างประเทศ และมีกิจกรรมทางการค้าและการพาณิชย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงมีประเด็นปัญหาด้านกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลมากขึ้นด้วยด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้มีการฟ้องคดีข้ามพรมแดนกันในระหว่างเอกชนต่อเอกชน จึงจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันระหว่างองค์กรทางศาลและทางปกครองในภูมิภาค เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อพิพาทในทางครอบครัวและในทางแพ่งและพาณิชย์ การประชุมทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในการดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศในบริบทของความแตกต่างของระบบกฎหมายในภูมิภาค ความร่วมมือและการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันจะเป็นพื้นฐานเพื่อความร่วมมือกันต่อไปในอนาคต ให้มีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ที่สำคัญขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนประเทศต่าง ๆ และนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้กับการอนุวัติการตามสนธิสัญญา ๒.ที่ประชุมกรุงเฮกฯ ได้วางพื้นฐานให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในการเข้าร่วมกับชุมชนระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการกับประเด็นปัญหาทางกฎหมายเรื่องครอบครัว และเรื่องแพ่งและพาณิชย์ ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของบุคคลและรัฐในภูมิภาค ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการบังคับใช้และการปฏิบัติตามอนุสัญญากรุงเฮก และความตกลงพหุพาคีและทวิภาคีอื่น ๆ ในภูมิภาค และในชุมชนระหว่างประเทศที่กว้างขวางกว่า ซึ่งสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพในความร่วมมือระหว่างประเทศ ๓.แสวงหาโอกาสให้แก่ประเทศในภูมิภาคพิจารณาเข้าเป็นภาคึในอนุสัญญาต่าง ๆ และเข้าเป็นสมาชิกของที่ประชุมกรุงเฮกฯ ดำเนินการต่อไปในเรื่องการพบปะสนทนากันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐในภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิก และกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานถาวรที่ประชุมกรุงเฮกฯ ว่าด้วยการปฏิบัติงานของสำนักงานถาวรดังกล่าว และการปฏิบัติการตามอนุสัญญากรุงเฮก ๔. ยืนยันหลักการให้ความสำคัญกับความจำเป็นในการการฝึกอบรมและให้ข้อมูลแก่ผู้บังคับใช้กฎหมาย อาทิ เช่น ผู้พิพากษา นักกฎหมาย อัยการ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับอนุสัญญาและการนำไปปรับใช้ ยอมรับความสำคัญของความริเริ่มทางด้านภูมิภาค เพื่อวิถีทางในการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือกันมากขึ้นต่อไประหว่างประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยสม่ำเสมอ ทั้งโดยการพบปะประชุมกันหรือโดยการประชุมทางไกลในระดับทวิภาคีหรือพหุพาคี จะทำให้เครือข่ายดังกล่าวในเอเซีย-แปซิฟิกมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉพาะเรื่องความร่วมมือทางกฎหมาย ที่ประชุมได้ยอมรับว่า ๑. การประชุมด้านภูมิภาคนำมาซึ่งโอกาสในการแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูลและเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจกันในภูมิหลังทางด้านภูมิศาสตร์และสังคม ระบบกฎหมายและวิธีปฏิบัติในภูมิภาคที่ประชุมนี้ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคในการการระบุและพัฒนาสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนเป็นการด่วนที่มีลักษณะเหมือนกันและทิศทางในด้านความร่วมมือทางกฎหมาย และจัดให้มีเวทีอภิปรายกลไกในการดำเนินการเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ๒. ประโยชน์ของวิธีการแบบย่อที่มีบัญญัติไว้ในความตกลงพหุภาคีของที่ประชุมกรุงเฮกฯ ในการสืบพยาน การส่งเอกสารเพื่อการจัดส่งต่อไป และการทำให้เอกสารมหาชนเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาลและทางปกครอง ที่ประชุมได้ตกลงกันว่า การทำงานร่วมกันต่อไปจะเป็นประโยชน์ และหากเป็นไปได้ จะจัดให้มีการประชุมอภิปรายกันโดยสม่ำเสมอด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาความร่วมมือทางกฎหมาย โดยการภาคยานุวัตรมากขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการปฏิบัติการตามวิธีการภายในประเทศ เพื่อสนองตอบคำร้องขอความช่วยเหลือและการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาต่าง ๆ ๓. พัฒนาและเสริมสร้างความมีประสิทธิภาพของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐภาคีทั้งหลายต่ออนุสัญญาความร่วมมือทางกฎหมาย เพื่อส่งเสริมการติดต่อสัมพันธ์กันต่อไปในระหว่างเจ้าหน้าที่ เครือข่ายเหล่านี้สามารถช่วยเสริมสร้างสติปัญญา ความสามารถ และแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ในระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อให้มีส่วนในการปฏิบัติตามอนุสัญญาให้ประสบผลสำเร็จ ๔. ความต้องการที่จะเพิ่มพูนความรู้ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อเด็กในภูมิภาค อาทิเช่น การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม การลักพาเด็ก การช่วยเหลือและคุ้มครองเด็ก ที่ประชุมได้ยืนยันคำมั่นที่จะคุ้มครองเด็ก และหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กโดยเฉพาะผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นข้อพิจารณาอันดับแรก ๕. ความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกันในทางศาล และทางปกครองระหว่างประเทศต่าง ๆ จะทำให้มีการยอมรับการบังคับใช้มาตรการที่ดำเนินการโดยประเทศต่าง ๆ ในการรักษาผลประโยชน์ของเด็ก ๖. ประเพณีการปฏิบัติทางวัฒนธรรม ศาสนา และกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค และการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจในกระบวนการที่แตกต่างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในเรื่องเด็ก ที่ประชุมได้พิจารณาประโยชน์ของการปฏิบัติตามการดำเนินการทางพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อให้เป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาโดยรวดเร็วในสวนที่เกี่ยวกับเด็ก รวมถึงโดยทางความตกลง ขอขอบคุณท่านธงชัย เจริญผล อัยการอาวุโส และท่านประวิณ กิติกรอรรถ อัยการประจำกอง สำนักงานต่างประเทศ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้