ความทุกข์ไม่ได้หมายถึง ความไม่สบายกาย ใจ เพียงอย่างเดียว

เจริญพร สมาชิกและผู้อ่านทุกท่าน

การมีความรัก เกียรติยศชื่อเสียง เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี มีตำแหน่งใหญ่โต มีอำนาจบารมีล้นเหลือ แต่ เหตุใดศาสนาพุทธมองการอยู่กับสิ่งเหล่านี้ว่า เป็นทุกข์ ทั้งที่ผู้คนเหล่านั้น สมบูรณ์พูนสุขด้วยสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่อยู่อย่างมีความสุข ทั้งสิ้น

ที่เป็นทุกข์ เพราะการยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งเหล่านั้น การห่วงกังวล วิตกในการแสวงหา ในการครอบครอง ในการบริหารจัดการ ความเศร้าโศก เสียใจ แค้นใจ ย่อมมีเมื่อสิ่งเหล่านั้น ต้องพลัดพรากจากไป

ความสุขจริงๆจึงมีไม่ได้ จะมีก็แต่ความสะดวกสบาย ความเพลิดเพลินสนุกสนาน แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากจิตใจที่สงบระงับนั้นแทบไม่มีอยู่เลย หรือจะมีก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จิตใจมัวพะวงวิตกกังวล ห่วงใยทรัพย์สินเงินทอง ในหน้าที่การงาน และในอื่นๆ เป็นต้น

พึงสังเกตว่า ความทุกข์ไม่ได้หมายถึง ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมาจากเหตุปัจจัย คงสภาพเดิมของตนเองเอาไว้ไม่ได้ มีการแผดเผา ก่อให้เกิดความเร่าร้อน ในลักษณะต่างๆ ล้วนเป็นลักษณะ ของความทุกข์ ทั้งนั้น

ฉะนั้น กล่าวโดยสรุปแล้ว สิ่งอะไรก็ตามที่เรา ไปยึดมั่นถือมั่น ความทุกข์ก็จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของการยึดมั่นถือมั่น.