ขึ้นต้นเรื่องเหมือนจะเป็นเรื่อง...ธรรมะแต่ไม่ใช่เลย เป็นเรื่องของสังคมโลกปุถุชนคนเดินดิน..นี่ล่ะค่ะ 

เมื่อวานนี้เป็นวันที่วุ่นวายใจมากๆ  ทั้งเรื่อง คุณพ่อคุณแม่ และลูก.....ทุกเรื่อง มาสุมรุม  แทบจะขาดใจ  

ครูอ้อยอาจจะรำพึง รำพันออกมาบ้าง ก็อย่าได้รำคาญกันเลย  ขอ..ที่นี่..เป็นแหล่งแห่งพักใจไว้บ้าง.....

เมื่อเช้านี้  ครูอ้อยไปโรงเรียนด้วยรถยนต์คู่ชีพที่ พ่อบ้านนำไปให้ช่างซ่อมแซมมาแล้ว  ด้วยเหตุที่นัดกับลูก เกรงว่าฝนจะตก จะไม่สะดวก ประกอบกับซ่อมแซมมาแล้ว ครูอ้อยจึงขับมาโรงเรียน

แต่เช้า  ทำหน้าที่ครูเวรประจำวัน   ก็มีเพื่อนมาทักทายหลายๆคน  เพราะไม่เคยเห็นครูอ้อยสวมกระโปรงสวยงามมานาน.....

และก็มีทักทายว่า...ไหนว่าจะมารถประจำทางสักเทอมๆไง .....คราวนี้มาเข้าเรื่องเลยนะคะ....

จิตเป็นนาย  ก็คือ  เมื่อวานนี้ครูอ้อยว้าวุ่นกับการเจ็บป่วยของคุณแม่   

น้องสาวคนเดียวของครูอ้อย  โทรศัพท์มาบอกว่า  คุณพ่อ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า และจะไปอยู่กับคุณอา ที่อยู่ใกล้ๆกันนี่ล่ะ.....

ครูอ้อยเครียดกับการเล่าของน้องสาวว่า..คุณแม่ ก็งอแง  ทำทีว่าไม่สบาย   

คนที่อยู่ใกล้อาจจะคุ้นเคยกับอาการของคุณแม่  แต่ครูอ้อยอยู่ไกล จึงเกิดความกังวลใจ ที่สำคัญก็คือ โทรศัพท์ไปหา  ท่านก็ไม่รับสายด้วย.....

ครูอ้อยจึงได้เขียนคำประพันธ์..บ่น...มืดมนใจ..ใครเล่า..จะเศร้าเท่า ..หวังว่า..คงจะไม่ได้ทำอะไร..ให้เป็นที่รำคาญใจ 

เรื่องนี้การเจ็บป่วยของคุณพ่อคุณแม่ หรือคนที่เรารัก ซึ่งไม่อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกท่านล่ะ

ขณะนี้...ครูอ้อยสบายใจแล้ว เพราะว่า...ลูกสาวมากอดครูอ้อยและบอกว่า....มีความสุขจังเลย

ครูอ้อยถามว่า...เรื่องอะไรล่ะ...ก็ คุณตากับคุณยาย ดีกันแล้วค่ะ..

ครูอ้อยเลยยิ้มออก  หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ  ..

ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้ครูอ้อย  ยามสร้อยเศร้า..

จะไม่ลืมความมีน้ำใจจากท่านทุกท่านเลยค่ะ

*****

Flood2

*****

ชื่อเรื่องพอที่จะไปกันได้กับเนื้อเรื่อง...ๆไหมคะ

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว....

จาก

ครูอ้อย แซ่เฮ