บทเรียนจาก "ผู้หลงไหลในงานเลี้ยง"

กับความพยายามในการสร้างความรู้ตัวในชีวิตประจำวัน

ให้ความสำคัญกับทุก ๆ ลมหายใจ สร้างความระลึกรู้ทั้งกายใจ

ดำเนินชีวิตกับปัจจุบันกาล ก็เห็นความเปลี่ยนแปลง และความเป็นไป

ในธรรมชาติของกายนี้ใจนี้ ช่างหลงไหลใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จนน่าตกใจ

แทบจะเกิดความท้อใจ เฮอะ ๆ ๆ 

เพียงแค่พิจารณาให้ถอดถอนความเห็นผิดในเรื่องที่พึงกระทำ

ช่างเป็นการยากที่จะบังคับกายนี้ ใจนี้ได้ (เพราะเขาทำงานของเขาเอง--> คำนี้ดูโหดร้ายแต่มันคือ "ความจริง")

 

กับ Party HIPPS ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนที่สอนอย่างชัดเจนถึงกำลังของการผลักดันภายใน

เพียงมีเสียงดนตรี ก็สามารถทำให้กายใจนี้ สั่นไหว

ยากจะควบคุมให้นิ่งได้ แทบจะใช้คำว่า "กระโจน ไปร่วมวงเลยทีเดียว" อย่างสนุกสนาน

แต่ ณ ขณะที่เคลื่อนไหวกายไปตามจังหวะ หูก็ได้ยินเสียงเชียร์

เป็นระยะ ๆ กรี๊ดกร๊าด สนุกสนานคลื้นเครง บรรยากาศเป็นกันเองมาก ๆ สัมผัสได้ถึงไออุ่นแห่งความคุ้นเคย

การแสดงบนเวทีจบลง ท่ามกลางเสียงปรบมือ แสดงความชื่นชมและทึ่ง --> ใจมันก็ ผยองพองโตขึ้นมา

ประหนึ่งว่า --> ฉันสามารถ (ความมีตัวตน มันขับดันออกมาแรงมาก ฮ่า ๆ--> น่าขำ --> คิดว่ามี แต่แท้จริง--> ว่างเปล่า)

 

ที่เป็นบทสะท้อนได้ชัดเจน มีเพื่อนผู้น่ารักได้ ถ่าย Clip การแสดงเอาไว้ให้เชยชม เป็นการตอกย่ำให้เห็นอย่างชัดเจน

ว่า ณ เวลานั้น ๆ มีสิ่งใด เกิดขึ้นในกาย และ ในใจ บ้าง

(ขอขอบคุณเพื่อนผู้นี้อย่างจริงใจ ^_^)

 

นำมาพิจารณา ณ ตอนนี้ ทำให้เห็นความชัดเจนในความเป็นไป

เหตุอะไรเป็นสิ่งทำให้เกิดผลเช่นนี้

ความชัดเจนได้ปรากฏขึ้นว่า --> ธรรมชาติเเห่ง ใจนี้ และ กายนี้คุ้นเคยกับความหลงไหลใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ผัสสะที่มากระทบมาอย่างยาวนาน

จะมาฉุดกระชากลากถูกให้ผิดธรรมชาติไปในคราเดียวนั้นคงยาก

หรือหากทำได้จริง--> ก็เป็นเพียงชั่วครั้งคราว พอมากระทบอีกครั้งกลับกลายเป็นว่า เกิดโยโย่ effect มีแรงผลักที่รุนแรงกว่าเดิม

ที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ ก็เพียง เรียนรู้ที่จะอิง อาศัย ใจ-กายอย่างนอบน้อม

แล้วยิ้มรับและเผชิญกับผลแห่งการกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเป็นกลาง ^_^

ที่ขาดไม่ได้ขอขอบคุณทุก ๆ ชีวิต ที่มาสัมพันธ์ช่วยสอนบทเรียนนี้ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง