ไม่รับปรึกษางานวิทยานิพนธ์ทาง Email

ผู้เขียนเคยประกาศครั้งหนึ่งแล้วว่า ประกาศ : ไม่รับตอบคำถามผ่านทาง Email แต่ก็ยังมีผู้ Email มาถามอยู่บ้าง ซึ่งผู้เขียนไม่เคยตอบอีกเลยหลังจากได้เขียนบันทึกนี้ไป...

คืนนี้ก็มีท่านมหาฯ รูปหนึ่งจะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง  วิวิฒนาการของพระอุปัชฌาย์ฯ  ถามมาอีก ซึ่งเรื่องนี้ ผู้เขียนก็ขอออกตัวว่าไม่ถนัด เพราะมิได้เป็นพระอุปัชฌาย์ และจากประสบการณ์ที่อยู่วัดมาเกินยี่สิบปี ผู้เขียนก็มักจะอยู่วัดที่ไม่มีพระอุปัชฌาย์ นอกจากนั้นการเป็นพระคู่สวดบวชนาคนั้น ผู้เขียนก็ผ่านมาน้อย... (อยู่ในห้องสมุดมากกว่าอยู่ในโบสถ์)

ตามความเห็นส่วนตัว ถ้าจะทำเรื่องนี้ น่าจะเริ่มต้นดังนี้ กล่าวคือ

  • ศึกษาระเบียบการเป็นพระอุปัชฌาย์ตั้งแต่สมัยพุทธกาลซึ่งมีอยู่ในคัมภีร์ และของเมืองไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
  • สอบถามความคิดเห็นจากพระเถระผู้ใหญ่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเถระที่เป็นพระอุปัชฌาย์)
  • ศึกษาระเบียบวิธีวิจัยแล้วพยายามเลือกเฟ้นว่าจะเอาแบบไหน

ประเด็นว่าขาดข้อมูลนั้น ลองดู พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับต่างๆ จนกระทั้งถึงฉบับปัจจุบัน เน้นเฉพาะเรื่องพระอุปัชฌาย์และส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ค่อยไปค้นต่อตามกฎหมายลูกที่ พ.ร.บ. ให้อำนาจไว้ เช่น แถลงการณ์คณะสงฆ์ หรือ กฎมหาเถรสมาคม เป็นต้น... ซึ่งหนังสือพวกนี้ก็ค้นหาไม่ยาก ถ้าไม่รู้จะค้นหาที่ไหนก็ลองสอบถามพระเถระที่เป็นเลขาฯ เจ้าคณะอำเภอ จังหวัด หรือภาค ฯลฯ ซึ่งมักจะมีหนังสือจำพวกนี้อยู่ ...

ส่วนการวางกรอบโครงสร้างของเรื่องนั้น ต้องคิดเอง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ความถนัดและความชำนาญของแต่ละคน ถ้าไม่เพียรพยายามเอง ก็ไม่รู้อุปสรรคและการแก้ไข แต่เมื่อเรียนจบแล้วเราก็จะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้โดยตัวเราเอง...

ตอนที่ผู้เขียนทำวิทยานิพนธ์นั้น มีวรรคทองอยู่สองวรรคของอาจารย์สองท่าน ท่านหนึ่งบอกว่า ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไป... อีกท่านหนึ่งบอกว่า ผมไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ...

  • ขออำนวยพรให้ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจ
  • เอวํ โหตุ