เวลามันไล่หลังมาจริงๆ ครับ เย็นวันนี้ได้รับอีเมลทวงถามงาน คิดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว คืนนี้เลยตั้งใจจะส่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยังงัยก็ตาม (ฮือ เซ็งแล้ว) ผมยังไม่อยากให้งานผมเสร็จครับ ผมอยากนำเสนอผลการวิจัยที่ผมพบอีกเยอะ แต่จำเป็นต้องพูดกับตัวเองว่า พอแล้วพอ ส่งก่อนแล้วกัน สงสารผู้ทรงคุณวุฒิที่จะต้องรีบอ่านเพื่อคอมเม้นต์ในวันนำเสนออีก
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์รายงานความคืบหน้าการวิจัยจริงๆ ครับ ไม่รู้คนให้เงินวิจัยเขานัดกันหรือเปล่า ผมเลยวุ่นไปหมด ดีนะครับว่า สมาธิในการเขียนรายงานมีมากกว่าก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการได้มานั่งทำงานในห้องใหม่ มันโล่ง วิวดีกว่าเดิม เพียงแต่สองวันมานี้ยังต้องคุยสร้างสัมพันธ์กันเพื่อนร่วมห้องกัน
อีกงานหนึ่งที่เริ่มเดินเครื่องคืองานจัดอบรม ซึ่งผมวางแผนไว้ว่า จะทำปีนี้สามโครงการ ผ่านไปแล้วหนึ่ง เหลืออีกสอง และที่ใกล้สุดคือปลายเดือนนี้ ปรากฏวันนี้เลยไปติดต่อคณบดีวิทยาศาสตร์และรองคณบดีวิทย์มาเป็นวิทยากร ปรากฏพลาดไม่ได้เจอคณบดี ได้จองคิวก็แต่รองคณบดี แล้วก็ได้แจ็กพอต เป็นการนั่งดื่มกาแฟกันรองคณบดีฝ่ายบริหารคณะวิทย์ฯ ซึ่งเป็นแก้วที่สองของผมในเช้าวันนี้ เนื่องจากตอนก่อนออกจากบ้าน ก็ได้กาแฟฝีมือภรรยามาแล้วแก้วหนึ่ง
รอบนี้ปฏิเสธท่านอาจารย์ ibm ไม่ได้เลยถือเป็นมารยาทที่ตัวเองก็ชอบ ฮาฮา ซดหมดแก้ว (ดูเหมือนจะกาแฟสด แต่บังเอิญต่อมรับกลิ่นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เลยไม่ได้กลิ่น ออ.แต่คิดว่ามีกลิ่นนะครับ เพราะหลายคนที่เดินผ่านวงสนทนาจะทักว่า กลิ่นกาแฟหอมจริงๆ ฮาฮา) เสร็จจากวงสนทนาที่คณะวิทย์ ก็กลับมาที่ห้องพัก ปรากฏท่านอาจารย์ ดร.ม.สักรี เซิฟกาแฟมาให้อีกแก้วหนึ่ง บอกว่าเป็นการต้อนรับตำแหน่งใหม่ ทำท่าทางว่าจะปฏิเสธ แต่รองคณบดีฝ่ายวิชาการที่นั่งร่วมวงสนทนาอยู่ด้วยว่าไม่ยังงัยก็ต้องรับไว้ เสียน้ำใจคนชงมาให้ ฮือฮือ เลยซดหมดแก้วไปเช่นกัน สามแก้วแล้วในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง
ดื่มกาแฟเยอะแบบนี้ ทำให้นึกถึงตอนออกนิเทศเมื่อหลายปีก่อนครับ ครั้งนั้นจำได้ว่าทำเวลา ออกวันเดียวประมาณสักห้าโรงเรียน ปรากฏทั้งห้าโรงเรียนเสริฟกาแฟทั้งหมดเลย แล้วก็ต้องทาน เนื่องจากตอนนั้นได้กลิ่นเป็นไม่ได้ จับซดเกลี้ยง ฮาฮา กลับมาถึงบ้านจึงหลับสนิทตั้งแต่หัวค่ำเลย ฮือ แล้วจะบ่นไปทำไม
สำหรับคืนนี้ตั้งใจว่า คงไม่ต้องกาแฟแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องไปชงมาจนได้ครับ ไม่งั้นดูท่าทางว่า จะหลับคาโต๊ะทำงานแน่เลย
ตอนนี้ผมได้พบความจริงแล้วครับว่า ผมไม่เหมาะกับงานบริหารจริงๆ วันนี้เป็นวันที่สองที่ผมทำงานโดยไม่มีตำแหน่งบริหารมาเคียงข้าง ผมทำงานสนุกมากครับ ผมคิดงานของผมได้อย่างสร้างสรรค์ แล้วงานผมก็ไม่ต้องไปกระทบกับเพื่อนร่วมงานคนใด เพราะเพื่อนร่วมงานผมไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยผม ฮาฮาฮา วันนี้จึงนั่งเขียนรายงานได้ค่อนข้างลื่น (ยกเว้นเวลาคนมาชวนคุย) สมองมันปลอดโปร่งกว่าการที่ต้องทำงานวิชาการไปพร้อมๆ กับงานบริหาร สรุปได้ด้วยตนเองว่า มีความสุขมากขึ้น
ตอนที่ทำงานบริหาร คำพูดเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากครับ เพราะมันส่งผลกระทบเยอะมาก การสื่อสารกับใครต้องชัดเจนครับ ไม่งั้นคนฟังอาจจะเอาไปแปลผิดเป็นเรื่องใหญ่ได้ ผมไม่อยากให้คนทำงานด้วยเครียดกับการทำงานร่วมกับผม แต่บ้างครั้งมันก็มีบ้างที่จำเป็นต้องบีบคั้น ก็งานมันไม่เดินเลย หรืองานเดินแต่ดันไปเดินเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นหน้าที่ของเขาเอง ไอ้แบบนี้บางทีจะไปรักษาน้ำใจมากๆ ก็เสียงานครับ ดังนั้นการพูดกับคนอื่นเพื่อให้งานเดินหน้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังจริงๆ แต่ผมก็ยอมรับว่า หลายครั้งที่คนทำงานด้วยเขาไม่ยอมเข้าใจมิติที่เราพยายามนำเสนอครับ พาลมาโมโหใส่ผมด้วย ผมจะทำอะไรได้ครับ ทำได้อย่างเดียวคือ ทำใจ
แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่รองคณบดีคนใหม่พบสภาพจริงของการทำงานในตำแหน่งนี้อีกแบบหนึ่งที่คนหลายคนไม่เคยเจอแน่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเกริ่นนำไว้ให้แล้วว่า ไอ้แบบอย่างนี้มันมีจริงในคณะนี้ ระวังไว้ ฮาฮาฮา อาจารย์พี่ท่านเลยมาที่ห้องพักผม เล่าเรื่องให้ฟัง ผมก็เลยได้ที ใส่สีเติมไข่ให้พอได้คุยอร่อย ฮิฮิ บางอย่างตอนนั่งดูกับตอนมาทำเอง มันต่างกันเยอะครับ สุดท้ายการสนทนา ผมก็ย้ำคำพูดผมไปว่า ผมยืนยันได้ว่า ผมไม่ใช่คนเก่ง ผมไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใจอยากให้ทำ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไป ผมพอใจกับมันตรงที่ผมได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดแล้ว เพื่อขับเคลื่อนมันไปยังความฝัน และผมก็ยอมรับว่า ผมยังไม่พอใจกับผลของมัน เพราะผลสำเร็จที่ฝันไว้ยังไปไม่ถึง ที่สำคัญโดยลำพังเราเองไม่สามารถครับ
ดังนั้นบางทีการทำงาน อย่าไปคาดหวังตรงความสำเร็จมากจนเกินไปครับ เพราะพอทำไปสักพักหนึ่งแล้วยังไม่เห็นความสำเร็จ ไฟในการทำงานของเราจะดับเสียก่อน ลองหันมาสร้างกำลังใจกับดอกไม้ข้างทางบ้าง ไฟทำงานเราจะได้ลุกโชติช่วงตลอดเวลาครับ ออ.สำหรับผมตอนนี้ สี่ปีที่ผ่านมา เพียงพอแล้วครับสำหรับการชื่นชมดอกไม้ระหว่างทางแล้วครับ
สลามมุอลัยกุมครับอาจารย์
แวะมาสลามฯ นานครั้งก็แวะเข้ามา
ตึกมากแล้ว ขอตัวไปนอนก่อน
อัลลออฺคุ้มครองครับ อามีน
วาอาลัยกุมุสลามครับนายชุมพล - ศรีสมบัติ
กำลังจะเข้านอนด้วยเหมือนกันครับ มีงานจะเคลียร์อีกชิ้นหนึ่ง คืนนี้ไม่อยากนอนดึกครับ
อ่านแล้วดูอาจารย์มีความสุขนะครับ ดีใจด้วยครับ... กับการได้มาทำในสิ่งที่อยากทำ
ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับประโยคที่ว่า "ดังนั้นบางทีการทำงาน อย่าไปคาดหวังตรงความสำเร็จมากจนเกินไปครับ เพราะพอทำไปสักพักหนึ่งแล้วยังไม่เห็นความสำเร็จ ไฟในการทำงานของเราจะดับเสียก่อน ลองหันมาสร้างกำลังใจกับดอกไม้ข้างทางบ้าง ไฟทำงานเราจะได้ลุกโชติช่วงตลอดเวลาครับ ออ.สำหรับผมตอนนี้ สี่ปีที่ผ่านมา เพียงพอแล้วครับสำหรับการชื่นชมดอกไม้ระหว่างทางแล้วครับ" เพราะดอกไม้ข้างทาง กำลังใจจากคนรอบข้างผมนี่แหละครับที่ทำให้ผมอดทนมาถึงวันนี้ เพราะบางครั้งดอกไม้ในบนโต๊ะทำงาน คนรอบโต๊ะทำงานก็มิอาจให้ความสุขเราได้ตลอด...
เมื่อวานได้คุยกับท่ารองคณบดีคนใหม่ฯ ดีใจมากครับที่เป็นท่านจริงๆ และผมก็คุยกับท่านด้วยความสบายใจในฐานะเดียวกับอาจารย์ครับคือ พี่สาวน้องชาย อัลฮัมดุลิลละฮฺครับ รู้สึกไม่ซีเรียสกับการทำงานข้างหน้าสักเท่าไหร่แล้ว
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
อาจารย์ไม่ซีเรียสกับการทำงานนะดีครับ แต่ตอนนี้รองคนใหม่เริ่มจะเคลียดแล้วครับ ฮาฮาฮา
เมื่อวานฟังมาว่า ท่านมีนโยบายใหม่เกี่ยวกับอาจารย์ครับ คือ ย้ายห้องทำงานของอาจารย์ด่วน ฮาฮา ลองติดตามข่าวดูนะครับ ว่าอาจารย์จะเป็นยังงัยต่อ ฮิฮิ ขออุบไว้ก่อน
หากห้องทำงานใหม่ของผมที่คิดไว้เป็นดั่งที่ผมคิด คือ ได้นั่งทำงานกับคนที่มีความเป็นพี่น้อง ผมก็อัลฮัมดุลิลละฮฺ และผมคิดว่าคำตอบของผมน่าจะใช่ (บางครั้งการนั่งอยู่ข้างบนมันก็หนาวนะครับอาจารย์ ผมอยากลองเปลี่ยนมานั่งในที่ราบดูบ้าง อากาศคงดีน่าดู เหมือนที่อาจารย์เป็นอยู่นี่แหละครับ...น่าอิจฉานะครับ คงได้ใช้พลกำลังเต็มที่หละครับรอบนี้สำหรับอาจารย์)ขอให้สิ่งที่ผมคิดไว้เป็นจริงด้วยเถิด...อามีน