ผมฝัน (ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) ว่าสภามหาวิทยาลัยน่าจะใช้ KM ในการทำหน้าที่ Generative Governance เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มี trust ระหว่างกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กรของการมองภาพใหญ่ หรือ Systems Thinking
ผมอยากให้มีทีม (Task Force) มาทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์ภาพใหญ่ของการทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัยแต่ละด้าน ว่าในแต่ละปีได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้างในฐานะที่เป็น Governance Mechanism ของมหาวิทยาลัย มีตรงส่วนไหนที่ได้ทำไปและก่อผลดีอย่างน่าชื่นชม ส่วนไหนที่ทำ แต่ได้ผลน้อย หรือไม่ได้ผล หรือกลับก่อผลเสีย ส่วนไหนที่น่าจะได้ทำ แต่ยังไม่ได้ทำ คล้ายเป็น Task Force (TF) ที่มาทำ AAR เป็นข้อมูลให้สภาฯ พิจารณาอีกทีหนึ่ง
การออกแบบใช้เครื่องมือ KM อยู่ที่องค์ประกอบของ TF แต่ละชุดมีจำนวนไม่มาก เพียง ๕ คน แต่เลือกคนที่มีความสามารถในการเรียนรู้ระหว่างกัน และความสามารถในการเรียนรู้วิธีมองภาพใหญ่ (Systems Thinking) TF แต่ละชุดจะมี mentor หรือพี่เลี้ยง ปฐมนิเทศ (แบบ ลปรร.) วิธีคิด (Mental Model) หรือกระบวนทัศน์ (Paradigm) เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ สำหรับยึดเป็นแนวทางในการเก็บข้อมูล และตีความ
ทีม TF จะประกอบด้วยคนจากหลากหลายหน่วยงานในมหาวิทยาลัย และอาจมีคนนอกมหาวิทยาลัยมหิดลสัก ๑ คนต่อหนึ่ง TF ทำงานต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำที่เก่งในการหาข้อมูลและประสานงานการ “ใช้” ผู้ใหญ่ รวมทั้งมีความสามารถในการช่วยเตรียมเอกสารและจดรายงานการประชุม
ทีม TF จะมารายงานต่อสภาฯ ปีละครั้ง อาจจะ ๒ ครั้ง โดยอีกครั้งหนึ่งในการประชุมแบบ Retreat และทุกทีม TF มาพร้อมกันหมด เราหวังว่าการะบวนการ AAR การทำหน้าที่ของสภาฯ โดบทีม TF หลายๆ ทีม จะเป็นกระบวนการ ลปรร. ระหว่างสมาชิกทีม TF กันเอง ลปรร. กับ mentor ของทีม และ ลปรร. กับสภาฯ ผลที่เกิดขึ้นคือ เกิดการเรียนรู้ เข้าใจภาพใหญ่ของมหาวิทยาลัยวิจัย เข้าใจ Corporate Culture ที่พึงประสงค์ ในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย เข้าใจประเด็นสำคัญในการบริหารงานบุคคล (HRM) ที่จะทำไปสู่ความแข็งแกร่งขององค์กร และนำไปสู่ความมั่นคงและก้าวหน้าของสมาชิกองค์กร
วิธีทำงานแบบนี้ ผมเรียกว่าเป็น virtual office คือสภามหาวิทยาลัยเลือกคนเก่ง (และดี) จากหลากหลายหน่วยงาน หลากหลายฐานะ มาเป็น “เจ้าหน้าที่” ของสภาฯ ทำงานให้สภาฯ แบบ TF โดยใช้เวลาและกำลังสมองเพียงเล็กน้อย แต่ได้ผลมาก เพราะมีวิธีการทำงานที่แยบยล คือมีเจ้าหน้าที่ประสานงานที่ทำงานเป็น และผลที่ได้รับ คือ จะมีสมาชิกของ ม. มหิดลจำนวนหนึ่ง เกิดความเข้าใจภาพใหญ่ของมหาวิทยาลัย เห็นศักยภาพ ความแข็งแกร่ง โอกาส และข้อจำกัด ของมหาวิทยาลัย เกิดทักษะด้าน Systems Thinknig และเกิดความไว้วางใจในระบบ Governance และ Management ค่อยๆ เกิดพลัง Synergy ระหว่างกลุ่มคนในภาค Operation, ภาค Management และภาค Governance
ในหลักการ KM ทีม TF เรียกว่า MDT – Multidisciplinary Team
ผมฝันหวานเกินไปหรือเปล่า?
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ต.ค. ๕๑
เห็นว่าคนไทยคงต้องฝึกเรื่องการให้เกียรติเวลาคนอื่นชึ้แจงและการตั้งใจรับรู้รับฟังโดยไม่มีอคติก่อนครับ (Dialogue)