เสาหลักของครอบครัว อ.คนึง ฦาไชย (Smile Man) ชายผู้มีรอยยิ้มตลอดกาล รอยยิ้มอันอ่อนโยน บริสุทธิ์ ชวนให้คนเห็นจำต้องยิ้มตอบทันที

นับแต่เริ่มประชุมเตรียมงาน (20 ต.ค. 2551) จนกระทั่งวันงาน (1 พ.ย. 2551) มีเวลาเตรียมงาน 9 วันเต็ม ๆ แต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในฐานะคนเตรียมงาน ความกังวลก็มีมากขึ้น ๆ ทาบทามวิทยากร เชิญแขกเข้าร่วมงาน ล้วนแต่ได้รับคำตอบรอการยืนยัน โชคยังเข้าข้างที่พิธีกร และผู้ดำเนินรายการตอบตกลงอย่างง่ายดาย แต่ด้วยความร่วมมือของคณะทำงานก็ได้วิทยากรมา 4 ท่านครบก่อนวันงานเพียง 2 วัน (ลุ้นมาก)

แขกเข้าร่วมงานยังไม่สิ้นสุด แต่ต้องสั่งอาหารว่าง และอาหารเย็น พวกเราจึงต้องประมาณการณ์ไว้ก่อน 60 ที่ (แต่วันงานมาเพียง 48 ที่)

ในที่สุดวันงานก็มาถึง แขกเข้าร่วมงานส่วนมากจะเป็นลูกศิษย์ หลานศิษย์ อ.คนึง ทั้งสิ้น เชื่อได้ว่าทุกท่านที่มาร่วมงานต่างมีจุดประสงค์หลักเดียวกัน คือ มากราบไหว้ อ.คนึง และ อ.แหวว พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ทุกคนยังเคารพรัก อ.คนึงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้เวลาจะผ่านไปเป็นเดือนเป็นปีก็ตาม

ภายในงานมีความเป็นกันเอง ส่วนมากแต่ละท่านก็รู้จักกัน (ในงานเรียกว่า ครอบครัว) เราในฐานะคณะทำงาน และสมาชิกใหม่ในครอบครัวได้เห็นครอบครัวนี้แล้วรู้สึกขนลุก ทุกคนเริ่มจากคนละที่ มารู้จักกันในที่ที่หนึ่งเพียง 4-5 ปี แล้วต่างแยกย้ายไปมีชีวิตใหม่ แต่ที่ไม่น่าเชื่อ เราได้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่  พลังในแต่ละคนเมื่อมารวมกันกลายเป็นไฟที่ลุกโหมไม่มีวันดับ

เสาหลักของครอบครัว อ.คนึง ฦาไชย (Smile Man) ชายผู้มีรอยยิ้มตลอดกาล รอยยิ้มอันอ่อนโยน บริสุทธิ์ ชวนให้คนเห็นจำต้องยิ้มตอบทันที

จริงแล้วยังมีอีกหลายท่านที่อยากมางานนี้ แต่ติดภารกิจ ต่าง ๆ นานา เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง

งานนี้คงจะมีไม่ได้ ถ้าไม่ได้ อ.แหวว ของพวกเรา คอยกระตุ้น คอยให้กำลังใจ กับคณะทำงาน เริ่มต้นจากอ.แหวว คิดคอนเซปต์งานเล็ก ๆ แต่คณะทำงานขยายคอนเซปต์ให้กว้างขึ้น (โดยไม่คิดถึงเวลาเตรียมงานอันน้อยนิด) โชคดีมากที่มีพิธีกร และผู้ดำเนินรายการมืออาชีพ คอยสร้างสีสันให้กับงานนี้ไม่มากก็น้อยทีเดียว

ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนให้เกิดงานนี้ และขอบคุณทุกท่านที่มางานนี้