การทำทานให้ได้บุญมาก ต้องพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ

วัตถุบริสุทธิ์ของที่จะให้ทานต้องเป็นของที่ตนได้มาโดยสุจริตชอบธรรม ไม่ได้คดโกงหรือเบียดเบียนใครมา

ให้ทานด้วยน้ำพริกผักต้มที่ได้มาโดยบริสุทธิ์ ได้กุศลมากกว่าให้อาหารโต๊ะจีนราคาตั้งพัน ด้วยเงินทองที่ได้มาโดยไม่บริสุทธิ์

เจตนาบริสุทธิ์คือมีเจตนาเพื่อกำจัดความตระหนี่ออกจากใจของตน ทำเพื่อเอาบุญไม่ใช่เอาหน้าเอาชื่อเสียง ไม่ใช่เอาความเด่นความดังความรักจะต้องมีเจตนาบริสุทธิ์ทั้ง ๓ ขณะ คือ

- ก่อนให้ก็มีใจเลื่อมใสศรัทธาเป็นทุนเดิมเต็มใจที่จะทำบุญนั้น

- ขณะให้ก็ตั้งใจให้ ให้ด้วยใจเบิกบาน

- หลังจากให้ก็มีใจแช่มชื่นไม่นึกเสียดายสิ่งที่ให้ไปแล้ว

บุคคลบริสุทธิ์คือเลือกให้แก่ผู้รับที่เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีความสงบเรียบร้อยตั้งใจประพฤติธรรม โดยทั่วไปแล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่าพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญของโลก แต่ถึงกระนั้นก็ทรงสอนให้เลือกถ้าจะนิมนต์พระภิกษุเฉพาะเจาะจง ก็ให้นิมนต์พระที่เคร่งครัดในสิกขาวินัยน่าเลื่อมใสถ้าจะนิมนต์พระไม่เฉพาะเจาะจง ให้สมภารจัดให้ก็ให้เลือกนิมนต์จากหมู่สงฆ์ที่ประพฤติสิกขาวินัยเคร่งครัดสำหรับผู้ให้ทานคือตัวเราเอง ก็ต้องมีศีลบริสุทธิ์ จึงจะได้บุญมากจะเห็นว่าทุกครั้งที่เราจะถวายสังฆทาน พระท่านจะให้ศีลก่อนเพื่อว่าอย่างน้อยที่สุดในขณะนั้นเรายังมีศีล ๕ ครบจะได้เกิดบุญกุศลเต็มที่

ผ ล ข อ ง ท า น

การให้ทานเป็นเรื่องของความชุ่มเย็นผู้ที่ให้ทานอยู่เสมอย่อมมีใจผ่องใสเยือกเย็น หมู่ชนที่นิยมการให้ทานย่อมไม่มีความเดือดร้อนใจ เนื่องจากต่างคนต่างมีอัธยาศัยไมตรีถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอนึ่ง ผลบุญจากการให้ทาน จะสะสมอยู่ในใจของเราทำให้มีอำนาจมีพลังสามารถดึงดูดทรัพย์ได้ ถ้าใครสั่งสมการให้ และการเสียสละมามากจะมีพลังดูดทรัพย์มาก ถ้าใครมีใจตระหนี่มีความ โลภมาก จะมีพลังดูดทรัพย์น้อย

ขอบคุณ http://dhamma.net/mongkol/15.htm